นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) กล่าวว่า ผลกระทบระยะสั้นในเรื่องความผันผวนของตลาดเงินของอังกฤษและภูมิภาคอื่น ๆ เป็นเรื่องที่มีการคาดการณ์กันไว้อยู่แล้ว และคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบไปถึงความเชื่อมั่นของตลาดทุน ดังจะเห็นว่าวันที่ 23 มิถุนายนดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ต่าง ๆ ในเอเชียแปซิฟิกได้ปรับลดลง ในส่วนของดัชนีหุ้นไทยวันที่ 24 มิถุนายนที่ลดลงอยู่ในช่วง 2-3% นั้น ถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค ซึ่ง ก.ล.ต. มองว่าเป็นเรื่องปกติและระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)รองรับได้ไม่มีปัญหา
อย่างไรก็ตาม แม้ผลโหวตจะพบว่าอังกฤษออกจากอียู แต่อังกฤษและอียูต้องมีกระบวนการเจรจาเพื่อหารูปแบบการออกจากอียูอีกประมาณ 2 ปี ดังนั้น การประเมินผลกระทบระยะยาวคงต้องขึ้นกับความสำเร็จของกระบวนการดังกล่าว และขึ้นกับว่าการออกจากอียูของอังกฤษจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อภูมิภาคยุโรปมากน้อยเพียงใด

