แม้ บุญศักดิ์ แสงระวี ไม่ว่าในหนังสือ “36 กลยุทธ์แห่งชัยชนะในการสัประยุทธ์ทุกปริมณฑล” ไม่ว่าในหนังสือ “36 กลยุทธ์สู่ชัยชนะ ภาคปฏิบัติ” จะแปล กลยุทธ์ที่ 36 ออกมาว่า
“หนี คือ ยอดกลยุทธ์”
กระนั้น หนังสือ “36 นิทานสู่ความสำเร็จ” อัน ม.อึ้งอรุณ เรียบเรียง กระบวนยุทธ์ที่ 36 ของเขากลับถอดออกมาเป็น
“เดิน คือ ยอดกระบวนยุทธ์”
ขณะที่เมื่อ ประดิษฐ์ พีระมาน นำเอา “คัมภีร์พิชัยสงครามสามสิบหกกลยุทธ์” มาเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือ “มหาพิชัยสงคราม” ก็ถอดกลยุทธ์ที่ 36 ออกมาเป็น
“ถอยทัพยอดยุทธ์”
ไม่ว่าจะถอดออกมาเป็น “หนี คือ ยอดกลยุทธ์” ไม่ว่าจะถอดออกมาเป็น “เดิน คือ ยอดกระบวนยุทธ์” ไม่ว่าจะถอดออกมาเป็น “ถอยทัพยอดยุทธ์”
ก็ล้วนเป็นอย่างเดียวกัน
เมื่อแสดงออกด้วยการ “หนี” เมื่อแสดงออกด้วยการ “เดิน” เมื่อแสดงออกด้วยการ “ถอย” คล้ายกับว่าจะมิได้เป็นการต่อสู้
เหตุใดปรมาจารย์จึงระบุว่าเป็น “ยอดกลยุทธ์”
หนังสือ “มหาพิชัยสงคราม” สำนวนการแปลและเรียบเรียงของ ประดิษฐ์ พีระมาน ถึงกับยืนยันด้วยความมั่นใจว่า กลยุทธ์ “ถอย ทัพ ยอด ยุทธ์” คือ ปรัชญาสูงสุดของการศึกสงคราม
ทั้งนี้ ในระหว่างสู้รบกันนั้นจะมีทั้งการรุกและการถอยอยู่ตลอดเวลา แม่ทัพที่เชี่ยวชาญการศึกจะสามารถพิชิตข้าศึกได้ทั้งยามรุกและยามถอย
แม่ทัพที่ชำนาญศึกจะเตรียมอุบายถอยทัพเอาไว้ก่อนการเคลื่อนทัพ เพื่อพลิกผันการสู้รบให้ข้าศึกพ่ายแพ้ได้ทั้งยามรุกและยามถอย เมื่อถึงคราวจำเป็นจะต้องถอยทัพจริง ข้าศึกก็ไม่กล้ารุกไล่ติดตาม
หนังสือ “36 กลยุทธ์สู่ชัยชนะ ภาคปฏิบัติ” ของ บุญศักดิ์ แสงระวี จึงระบุกลยุทธ์ที่ 36 ว่า หนี คือ ยอดกลยุทธ์
พร้อมกับมีวงเล็บ “ถอยหนีเพื่อชัยชนะ”
โดยอธิบายว่า “กองทัพทั้งกองหลบหลีกข้าศึกที่เข้มแข็งกว่า ถือการถอยเป็นการรุกเพื่อทำลายข้าศึก การถอยจึงมิใช่เป็นความผิดแต่เป็นเรื่องปกติวิสัยของศึกสงคราม”
ตำราพิชัยสงครามซุนวูมีความเห็นว่า
“เมื่อกำลังไพร่พลอยู่ในฐานะเสียเปรียบก็ควรถอย คำนวณว่ารบไม่ชนะก็ไม่รบ”
บุญศักดิ์ แสงระวี จึงอรรถาธิบายในหนังสือ “36 กลยุทธ์แห่งชัยชนะ ในการสัประยุทธ์ทุกปริมณฑล” ว่า
“หลบศึกทั้งทัพ ถอยหนีมิผิด เป็นวิสัยซึ่งสงคราม”
เมื่อรบกับข้าศึก หากข้าศึกแข็งเราอ่อน อาจจะถอยร่นอย่างรวดเร็วเพื่อหลบเลี่ยงการปะทะเสียก่อนดังที่มีคำกล่าวไว้ในคัมภีร์ “อี้จิง แม่ทัพ” ว่า
“ถอยหนีมิผิด เป็นวิสัยซึ่งสงคราม”
ชี้ชัดว่าการถอยหนีในการทำสงครามนั้นมิใช่ความผิดพลาดหากแต่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญในการรบที่มักจะพบเห็นเสมอ การถอยเช่นนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายในยามที่เราเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และเพื่อชิงโอกาสตอบโต้ในภายหลัง
มิใช่ถอยหนีอย่างพ่ายแพ้ ตีโต้กลับมิได้อีก
ตำราพิชัยสงครามชื่อ “ไหวหนานจื่อ ฝึกการยุทธทหาร” กล่าวไว้ว่า “แข็งจึงสู้ อ่อนจึงหนี” ตำราพิชัยสงครามชื่อ “ปิงฝ่า หยวนจีได้” กล่าวไว้ว่า “แม้นหลบแล้ว รักษาไว้ได้ ก็พึงหลบ” ตำราพิชัยสงครามซุนวูบทกลยุทธ์ กล่าวว่า “แข็งพึงเลี่ยงเสีย”
และในบทกลวิธีรุก กล่าวว่า “มีน้อยกว่าก็เลี่ยงหนี มีไม่ทัดเทียมก็หลบหลีก”
สิ่งจำเป็นสำหรับแม่ทัพหรือผู้รับผิดชอบองค์กรหนึ่งใดมิใช่แต่จะมีความกล้าหาญที่จะบุกไปข้างหน้าเท่านั้น ยิ่งจะต้องมีความกล้าหาญที่จะถอยด้วย
หากถามว่าการถอยมีข้อดีอะไรบ้าง
คำตอบ 1 แม้ไม่มีทางจะรบชนะแต่ก็ไม่ถึงกับรบแพ้ ซึ่งก็คือสามารถที่จะหลีกเลี่ยงจากการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามไปได้
คำตอบ 1 เมื่อรักษากำลังไว้ได้ก็จะได้เตรียมการรบในครั้งต่อไป อันหมายถึงยังคงมีความหวังที่จะกลับแพ้เป็นชนะได้
การถอยจึงมิใช่เพื่อถอย การหนีจึงมิใช่เพื่อหนี หากแต่เพื่อชัยชนะ

