ศึกยูโร 2016 เดินทางมาถึงรอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้าย โดยที่ชาติยักษ์ใหญ่แห่งยุโรป ทั้งเจ้าภาพ “ตราไก่” ฝรั่งเศส, “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี, “กระทิงดุ” สเปน, “อัซซูรี่” อิตาลี และ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ต่างโคจรมาอยู่ในสายล่างกลุ่มเดียวจนกลายเป็นสายมหาโหดเลยทีเดียว
สเปนพลาดท่าจบอันดับ 2 ของกลุ่ม ทำให้หล่นมาเจอกันเองกับอิตาลี ซึ่งเป็นการรีแมตช์คู่ชิงชนะเลิศจากศึกยูโร 2012 และครั้งนั้นสเปนถล่ม 4-0 คว้าแชมป์สมัยที่ 3 ได้สำเร็จ ขณะที่เยอรมนีจะพบ สโลวาเกีย, อังกฤษ พบ ไอซ์แลนด์ และฝรั่งเศส เจอ ไอร์แลนด์
คงจำกันได้ว่าฝรั่งเศสเคยสร้างความชอกช้ำให้ไอร์แลนด์ในศึกรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2010 นัดเพลย์ออฟ ซึ่ง เธียร์รี่ อองรี ดาวยิงเมืองน้ำหอมใช้ “หัตถ์พระเจ้า” ไถบอลเข้าเขตโทษก่อนเปิดให้ วิลเลี่ยม กัลลาส ซัดชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษช่วยทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายสำเร็จ
คราวนี้อาจจะถึงเวลาที่พลพรรคยักษ์เขียวต้องการล้างแค้นทบต้นทบดอกปิดบัญชีเอาคืนทัพตราไก่บนแแผ่นดินของพวกเขาเอง เพราะเชื่อว่าแข้งไอร์แลนด์จะมีแรงกระตุ้น และแรงจูงใจเป็นพิเศษในนัดนี้อย่างแน่นอน
ขณะที่แข้งสิงโตคำรามจะผ่านจอมเซอร์ไพรส์อย่างไอซ์แลนด์ได้ไม่ยากแม้ว่าคู่แข่งจะบอกว่ารู้ข้อมูลและคลั่งวงการลูกหนังผู้ดีเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับทัพอินทรีเหล็กที่จะอาศัยระบบทีมเวิร์กบดคว้าชัยเหนือแข้งสโลวัก และทัพกระทิงดุจะย้ำแค้นอัซซูรี่อีกคราว
ส่วนในสายบนแม้จะมีเพียงแค่ทีม “ฝอยทอง” โปรตุเกส และ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม เป็นทีมแข็งแกร่งกว่าทีมอื่น แต่ไม่ควรม้องข้ามทีมม้ามืดอย่าง “ตาหมากรุก” โครเอเชีย และ “มังกรแดง” เวลส์ ซึ่งโชว์ฟอร์มได้แกร่งในรอบคัดเลือก
แข้งฝอยทองจะพบกับทัพตาหมากรุก และน่าจะบดชนะไปได้จากความมหัศจรรย์ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ขณะที่เบลเยียมเริ่มโชว์ฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆ และไม่ใช่งานยากในการเจอกับฮังการี ส่วนทัพมังกรแดงจะอาศัย แกเร็ธ เบล เป็นตัวทีเด็ดสยบแข้งไอร์แลนด์เหนือ ด้านสวิตเซอร์แลนด์จะฟัดกับโปแลนด์ได้สนุก
หากมองกันตามชื่อชั้นและฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาในรอบแรกนั้น ในรอบตัดเชือกก็คงจะหนีไม่พ้น 4 ทีมยักษ์ใหญ่ที่ตบเท้าผ่านเข้ามาชี้ชะตากันได้ตามนัด
คู่ชิงชนะเลิศของศึกยูโร 2016 ครั้งนี้คงเป็นคู่ชิงในฝันของใครหลายคนที่ต่างอยากเห็นการฟาดแข้งระดับเวิลด์คลาสที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ ซึ่งคงจะต้องติดตามกันว่าคู่ชิงในฝันจะสมหวังอย่างที่ใครหลายคนคิดเอาไว้กันหรือไม่…

