ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.นครราชสีมา วันที่ 25 มิถุนายน เวลา 14.00 น. ที่บริเวณห้องโถงประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังจากเสร็จภารกิจการเปิดเวทีชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.นครราชสีมาว่า การเปิดเวทีครั้งนี้ สืบเนื่องจากทาง กกต.ได้มีการจัดเวทีสัญจรชี้แจงเกี่ยวกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อตอบข้อซักถามให้กับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องให้คลายข้อสงสัย ดังนั้นจึงได้เดินทางมาชุดใหญ่ ทั้ง กกต., กรธ., สนช. และเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อตอบคำถามอย่างละเอียดในทุกมิติ โดยการจัดเวทีเช่นนี้ได้จัดมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกจัดที่กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2 จัดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 3 จัดที่จังหวัดเชียงใหม่ และครั้งนี้ที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นครั้งที่ 4 ซึ่งถือว่าจบครบทั้ง 4 ภาคของประเทศไทย ส่วนหลังจากนี้ไปก็จะมีการเปิดเวทีย่อย
โดยทาง กกต.จะเป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งอาจจะจัดโดยท้องถิ่นเอง สำหรับการจัดครั้งนี้ที่จังหวัดนครราชสีมา สาเหตุที่ต้องย้ายมาจัดที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ก็เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินทาง และเพื่อลดความตึงเครียดลงกว่าการจัดในค่ายทหาร โดยใช้เวลาในการประชุมชี้แจงประมาณ 5 ชั่วโมง ใกล้เคียงกับการจัดเวทีที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งครั้งนี้เป็นที่น่าพอใจของตนและกรรมการจัดงานทุกฝ่าย เพราะมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยดี ไม่มีการซักถามนอกประเด็น หรือการแสดงสัญลักษณ์ประท้วงใดๆ ให้น่าหนักใจ ส่วนจะจัดเวทีสัญจรลักษณะนี้อีกหรือไม่ ตนยืนยันว่าไม่มีอีกแล้ว เพราะหลังจากนี้ไปทาง กกต.ก็จะไปดำเนินการเองตามแผน
ต่อข้อซักถามว่า รู้สึกกังวลหรือไม่กับการใช้สื่อออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการกระทำผิดกฎหมายประชามติได้ง่ายนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลใดๆ และเป็นการดีด้วยซ้ำ เพราะจะได้ช่วยกันเผยแพร่เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญให้คนรับรู้ได้รวดเร็ว และกว้างไกลได้ ซึ่ง กกต.เองก็จำเป็นต้องใช้สื่อออนไลน์นี้ด้วย รัฐบาลเองก็พยายามเรื่องการใช้สื่อออนไลน์ โดยการใช้รูปแบบอินโฟร์กราฟิก เพื่อให้มีการแชร์ต่อทางโทรศัพท์มือถือเช่นกัน แต่หากมีการใช้ถ้อยคำที่ผิดกฎหมาย ต้องอย่าลืมว่าสิ่งที่สื่อออกไปนั้นมีการบันทึกไว้ในอินเตอร์เน็ตทั้งหมดแล้ว ดังนั้นจึงสามารถนำมาเป็นหลักฐานเอาผิดทางกฎหมายได้อยู่แล้ว ส่วนจะมีการใช้สื่อออนไลน์ปลุกระดมของกลุ่มการเมืองหรือไม่นั้น ก็มีเจ้าหน้าที่ดูแลตรวจสอบเรื่องนี้โดยตรงอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับบรรยากาศการจัดเวทีทั้ง 4 ครั้งนั้น ตนรู้สึกว่าบรรยากาศดีมาก ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนมาลงเสียงประชามติกันเป็นจำนวนมาก แต่อะไรก็คาดเดาไม่ได้จนกว่าจะถึงวันลงเสียงประชามติจริงๆ เพราะเราเคยได้ยินมาเยอะแล้วว่าเสียงดี แต่คะแนนไม่ดี ครั้งนี้ก็อย่าให้มีเช่นนั้น เสียงดีก็ขอให้วันที่ 7 สิงหาคม 2559 ก็ให้มาลงเสียงประชามติเยอะๆ แล้วกัน ถ้ามาน้อยเดี๋ยวจะเหมือนเพลงที่ว่า “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” รองนายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้าย

