การงัดข้อระหว่าง คสช. นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ นปช. นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ และแกนนำ เริ่มปะทะกันให้เห็นเมื่อสัปดาห์ก่อน
เป็นแนวปะทะในประเทศที่ต้องการประกาศให้ต่างประเทศเห็นอีกครั้ง
เมื่อ นปช.ประกาศตั้งศูนย์ปราบทุจริตประชามติ และมีกำหนดเปิดศูนย์ทั่วประเทศวันที่ 19 มิถุนายน
คสช.ก็เริ่มปฏิบัติการรักษา “กฎหมาย” หรือ “คำสั่ง” คสช.ในทันที
ผลการปฏิบัติคือยับยั้งการเปิดศูนย์ นปช.ทั่วประเทศลงไปได้
แต่ผลข้างเคียงการปฏิบัติกลับสะท้อนให้ปรากฏสู่สายตาของยูเอ็น
เพราะวันที่ 20 มิถุนายน แกนนำ นปช.มีนัดพบปะกับ “ยูเอ็น” ในประเทศไทย
มองดูแล้วได้เค้าว่า นปช.เริ่มเปิดเกมรุก
วันที่ 20 มิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียกหูโทรศัพท์ไปหา นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ใช้เวลาพูดคุยกับนายบัน คี มุน 30 นาที โดย พล.อ.ประยุทธ์อธิบายสิ่งต่างๆ ในประเทศไทยให้ฟัง 25 นาที
อธิบายให้นายบัน คี มุน ทราบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีพยายามทำผิดกฎหมาย
“ท่าทีของนายบัน คี มุน ก็ดี และเดี๋ยวผมจะส่งคนไปพบ และพูดคุยกับท่านอีก เร็วๆ นี้ ในส่วนของความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่มีความพยายามจะไปร้องกับทางตัวแทนยูเอ็นนั้น ผมได้บอกกับท่านว่ายังมีการเคลื่อนไหวลักษณะนี้อยู่ ก็ได้เล่ารายละเอียดให้ฟัง ท่านก็รับทราบ ผมก็ได้ขอบคุณในความห่วงและกังวลต่างๆ”
และ…
“นายบัน คี มุน มีความเป็นห่วงเรื่องเดียว คือ เรื่องการให้แสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งได้อธิบายไปแล้วว่าเรามีอยู่แล้ว เรื่องรัฐธรรมนูญก็มีการเปิดในทุกพื้นที่เกือบทุกจังหวัด แต่ปัญหาคือว่าบางพรรคการเมืองไม่ร่วมมือ ซึ่งท่านก็เข้าใจ”
จับอาการ คสช.ก็รู้ว่า นปช.เปิดเกมรุก จึงรุกกลับด้วยการโทรศัพท์ไปหาเลขาฯยูเอ็น
โทรไปอธิบาย ให้เลขาฯยูเอ็นเข้าใจ
วันที่ 21 มิถุนายน ยูเอ็นมีปฏิกิริยาทันที หลังจากวันที่ 20 มิถุนายน ช่วงเช้านายบัน คี มุน ได้รับโทรศัพท์จาก พล.อ.ประยุทธ์
และในช่วงบ่ายของวันที่ 20 มิถุนายน แกนนำ นปช.ได้ให้ข้อมูลกับยูเอ็นในประเทศไทย
ปฏิกิริยา “ทันที” ของยูเอ็น คือการออกแถลงการณ์กรณีไทย
ศูนย์ข่าวยูเอ็น เผยแพร่ข่าวผ่านแถลงการณ์ของโฆษกประจำตัวนายบัน คี มุน ว่า เลขาธิการยูเอ็นสนับสนุนไทยในการเตรียมพร้อมลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่จะนำประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตย
และ…
ย้ำถึงความจำเป็นของการมีเวทีที่เปิดกว้างและต้องให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการพูดคุยเพื่อเป็นหลักประกันความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญ และสร้างความปรองดองในชาติอย่างแท้จริง
เป็นการตอกย้ำหลักการของสหประชาชาติ
ทั้งสนับสนุนการประชามติ ทั้งสนับสนุนไทยกลับคืนประชาธิปไตย
และสนับสนุนการเปิดกว้างให้มีส่วนร่วมพูดคุยกันเรื่องรัฐธรรมนูญ
คำตอกย้ำที่เลขาฯยูเอ็นแถลงการณ์ คือ การตีความคำชี้แจงที่ พล.อ.ประยุทธ์โทรศัพท์ไปหา
ตีความว่า สนับสนุนเสรีภาพและประชาธิปไตย
ผลการพูดคุยระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับนายบัน คี มุน ในเชิงลึกไม่อาจทราบได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่ผลการปฏิบัติของ คสช.ที่มีต่อ นปช.และกลุ่มคัดค้านได้ปรากฏออกมาแล้วในรูปแบบ “การจับกุม”
วันที่ 22 มิถุนายน พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ แจ้งความต่อกองปราบปรามดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่ม นปช. 19 คน
ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ในการแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ปราบโกงฯเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน
วันต่อมา เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัว นายรังสิมันต์ โรม พร้อมกลุ่มผู้จัดกิจกรรมแจกเอกสารประชามติอีก 11 คน
แจ้งข้อหาเดียวกับ นปช. 19 คน
วันที่ 24 มิถุนายน มีการรำลึกวันที่ 24 มิถุนายน 2475 เจ้าหน้าที่ได้จับนิสิตนักศึกษาที่มาทำกิจกรรม รวมทั้ง นายสิรวิชญ์
เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว ไปอีก
การปฏิบัติที่ปรากฏ เกิดขึ้นภายหลังยูเอ็นเพิ่งตอกย้ำหลักการ
สนับสนุนเสรีภาพและประชาธิปไตย !
นอกจากนี้ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังปรากฏข่าวการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดและยาเสพติด จีที 200
โผล่ขึ้น
หลังจากที่ศาลอังกฤษประกาศยึดทรัพย์เจ้าของบริษัทที่ขาย และมีข่าวว่าจะชดใช้กับประเทศผู้ถูกหลอกซื้อ
ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ซื้อมาใช้ และกลายเป็นข่าวฉาวมาก่อนหน้า
ดังนั้นเมื่อที่ต่างประเทศมีการชำระคดี กระแสข่าวภายในไทยจึงกระเพื่อม
กระเพื่อมไปตามสังคมไทยที่รังเกียจคนทุจริตคอร์รัปชั่น
บังเอิญว่าการจัดซื้อจีที 200 หรือที่ถูกตั้งฉายาว่า “ไม้ชี้ผี” ส่วนใหญ่ผู้จัดซื้อจะเป็นฝ่ายที่มีอำนาจอยู่ในขณะนี้
ข้อสงสัยเกี่ยวกับปมการจัดซื้อและประสิทธิภาพการบริหารจึงเกิด
รวมไปถึงข้อครหาเรื่องทุจริต…
กระทั่งล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มีคำสั่งให้กองทัพที่ซื้อเครื่องมือดังกล่าว ประสานงานฟ้องร้องบริษัทผู้ขาย
ปมเรื่องประสิทธิภาพการบริหารและข้อครหาเรื่องการจัดซื้ออุบัติขึ้นมาอีก
ในช่วงท้ายสัปดาห์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส.ประกาศสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง
และกำหนดออกอากาศสดทางเฟซบุ๊กทุกวัน เพื่อชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์
การเปิดตัวและออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นรูปธรรม หลังจากก่อนหน้านี้เคยแสดงความชื่นชม
การเคลื่อนไหวของนายสุเทพ ทางหนึ่งอาจมองว่า ออกมาเพื่อปะทะกับ นปช.ที่เปิดเกมรุกทางการเมือง
ผลการออกโรงจะส่งผลกระทบมากน้อย คงเร็วไปในการประเมิน
แต่ปรากฏการณ์ที่เป็นอยู่ มีนัยแห่งความร้อน
ยิ่งใกล้วันที่ 7 สิงหาคม อุณหภูมิการเมืองยิ่งเพิ่มขึ้น
ยิ่งใกล้วันประชามติ ความเคลื่อนไหวที่ปรากฏ ได้ส่งสัญญาณไม่สู้ดีให้รับรู้
เป็นสัญญาณที่ส่อไปในแนวทาง “รบ” เสียมากกว่าจะนำไปสู่ความ “ปรองดอง”

