หน้าแรก Uncategorized ประสานักดูนก ...

ประสานักดูนก : นางพญา

26.06.16 | 16:30 น.

“เหยี่ยวแมลงปอขาดำ” ในประเทศ “มาเลเซีย” ทำรังในถ้ำบนเขาหินปูน ตั้งอยู่ใกล้ชุมชนหรือเมืองอิโปห์ บางแห่งเขาหินปูนเป็นที่ตั้งของวัดพุทธมหายาน หรือวัดฮินดู นับว่าเหยี่ยวปรับตัวเข้ากับวิถีของมนุษย์ได้ดี

เพราะถิ่นอาศัยเช่นนี้ย่อมมีต้นไม้ขนาดใหญ่ไว้เป็นตำแหน่งเกาะคอน เพื่อมองหาเหยื่อน้อย เมื่อเทียบกับในป่าดิบ ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยหลักของเหยี่ยวแมลงปอขาดำในบ้านเรา แม้ว่าเหยี่ยวจะเลือกโพรงไม้ตามแนวชายป่า เพราะโล่ง เหมาะต่อการมองหาแมลงปอ ผีเสื้อ หรือนกตัวเล็กที่บินผ่านไปมาได้ง่ายๆ

เมื่อต้นไม้ใหญ่สำหรับเกาะมีน้อย เหยี่ยวแมลงปอขาดำเชื้อชาติมาเลย์ จึงใช้ประโยชน์จากเสาไฟฟ้า และสายไฟฟ้าเป็นที่เกาะคอน เพื่อล่าเหยื่อ พักผ่อนยามกินอิ่มแล้ว หรือฝึกลูกเหยี่ยวที่ออกจากรังมาเพื่อล่าด้วยตนเอง

ครอบครัวของเหยี่ยวแมลงปอที่คนเขียนไปศึกษาครั้งนี้ ทำรัง “ในถ้ำหินปูน” มีปากทางเข้าเล็กมาก แค่เหยี่ยว 3 ตัวยืนเรียงกันได้อย่างเบียดเสียด แม้ดูเหมือนจะเป็นจุดด้อยเพราะบินเข้าบินออกยากลำบากสำหรับเหยี่ยว แต่จริงๆ แล้วกลับเป็นจุดเด่น ป้องกันสัตว์ล่ารัง เช่น ลิงแสม ผู้อาศัยร่วมบนเขาหินปูน หรือนกชนิดอื่นๆ ที่ไม่ช่างเลือก หรือเป็น generalist ในการเลือกสถานที่ทำรัง จะคอยแย่งถ้ำมาเป็นบ้านของตนเอง เช่น นกเอี้ยงดำปักษ์ใต้

ครอบครัวนี้มีลูกเหยี่ยว 3 ตัว หย่ารังไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แยกจากพ่อและแม่ได้ง่ายๆ ด้วยคิ้วและหน้าผากมีสีส้มแทนที่จะเป็นสีขาวเหมือนเหยี่ยวเต็มวัย เมื่อลูกเหยี่ยวยังเล็ก ล่าเองไม่เป็น จะส่งเสียงร้องขออาหารจากพ่อและแม่ เมื่อพ่อแม่นำเหยื่อมาให้ทั้งตัว ลูกเหยี่ยวจึงเรียนรู้ว่าเหยื่อชนิดใดกินได้ และจะจดจำไว้ในอนาคตเพื่อล่าเหยื่อชนิดนี้เมื่อถึงคราวต้องล่าด้วยตนเอง

Advertisement

ในถ้ำหินปูนมีค้างคาวถ้ำกินแมลงอาศัยอยู่ อีกปัจจัยบวกที่เอื้อต่อเหยี่ยวแมลงปอ อาศัยอยู่ในถ้ำหินปูนี้มานานหลายปี ผลิตลูกหลานหลายครอก จากการสังเกตของนักดูนกมาเลเซียที่พาคนเขียนไปเก็บข้อมูล พบว่า “เหยี่ยวแมลงปอขาดำ โดยเฉพาะตัวเมียที่ใหญ่กว่าตัวผู้ จะบินเข้าไปในถ้ำค้างคาวเพื่อขู่ให้ค้างคาวตกใจ บินแตกฮือ แล้วจับค้างคาวออกมาฉีกกินด้านนอกถ้ำ”

นับเป็นโชคดีที่ยามเย็นในวันนั้น คนเขียนเฝ้าดูครอบครัวเหยี่ยวแมลงปอเกาะสายไฟฟ้า ตากฝนปรอยๆ ที่ตั้งทอดเป็นแนวขนานไปกับทางด่วนสายหลักของเมืองอิโปห์ จู่ๆ ลูกเหยี่ยวก็ร้องเสียงลั่น แล้วพริบตานั้น เหยี่ยวแมลงปอตัวเมียที่น่าจะเป็นตัวแม่ ก็ตะครุบค้างคาวตัวดำๆ ไว้ในกรงเล็บ บินมาเกาะบนยอดเสาไฟ ใช้จะงอยปากสีดำฉีกกินค้างคาว โดยจิกกัดไปบนหัวให้ค้างคาวตายก่อน แล้วฉีกเนื้อกินเป็นชิ้น ลูกเหยี่ยวด้วยอารามความหิว บินเข้ามาใกล้แม่ พยายามจะแย่งค้างคาวเคราะห์ร้ายมากินบ้าง แต่แม่เหยี่ยวกลับไม่ยอม บินหนีห่างออกไป ฉีกกินค้างคาวต่อไปอย่างเอร็ดอร่อย

ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง เมื่อแม่เหยี่ยวฉีกกินค้างคาวอิ่ม เช็ดจะงอยปากกับสายไฟ ลูกเหยี่ยวบินเข้าไปเกาะใกล้ๆ อีกครั้งส่งเสียงร้องแบบเด็กๆ คราวนี้แม่เหยี่ยวใจดี ยอมปล่อยซากค้างคาวให้ลูกเหยี่ยว พฤติกรรมนี้น่าจะส่อกระบวนการฝึกลูกเหยี่ยวให้หิวจัด ตอกย้ำว่าเหยื่อไม่ได้มาง่ายๆ อีกทั้งแม่เหยี่ยวที่ตัวใหญ่ที่สุดในครอบครัวก็ต้องหล่อเลี้ยงตนเองด้วยอาหารอุดมโปรตีน เช่น เนื้อค้างคาว

ลูกเหยี่ยวคงเรียนรู้ว่า เมื่อเติบโตไปเรื่อยๆ ชีวิตจะไม่ง่ายเหมือนยามที่อยู่ในรัง คอยร้องขออาหารยามใด ก็มีมาป้อนให้ถึงจะงอยปากอีกแล้ว นับจากนี้ ถึงเวลาต้องยืนด้วยขาของตนเองมากขึ้น ไม่เช่นนั้นก็อาจถูก “คัดออก” ตามวิถี Only the strongest survive.

ชมคลิปแม่เหยี่ยวกินค้างคาว ที่ https://goo.gl/FnGxe8