หน้าแรก Uncategorized เริงโลกด้วยจิ...

เริงโลกด้วยจิตรื่น : เปิดรับ”ที่เปลี่ยนไป”

26.06.16 | 18:15 น.

ในวัยวันที่ล่วงผ่าน ด้วยความไม่เคลียร์กับ “ความสำเร็จของชีวิต” ว่ามีความหมายเช่นไร ทำให้ชีวิตมนุษย์โดยทั่วไปดำเนินไปในทางสะสม “ลาภ ยศ สรรเสริญ”

เสพสุขกับโลกของ “กิน เกียรติ กาม”

เคยชินกับการมีอารมณ์ความรู้ที่ถูกชี้นำ บงการด้วย “โลภ โกรธ หลง”

มีความสุขกับการได้ตาม “โลภ” มีความทุกข์เพราะ “โกรธ” หรือ “น้อยเนื้อต่ำใจ” เมื่อไม่ได้ และยึดตัวเองไว้ด้วยเยื่อใยที่โยงเข้ากับความอยาก

สะสมความเคยชินเช่นนี้ไว้เรื่อยมา

Advertisement

คนที่ประสบความสำเร็จ เคยชินที่จะเสพสุขกับอารมณ์ชื่นชม ยินดีกับสิ่งที่ได้สรรสร้างและสะสม ถูกความเคยชินนั้นชี้นำจนต้องขวนขวายไม่หยุดหย่อน บางคนกระทั่งรับรู้ว่าตัวเองจะต้องจากลาโลกนี้ไปในอีกไม่นาน ก็ยังถูกบัญชาการด้วยจาก “โลภที่เคยชิน” มองหาการสร้างและสะสมไม่หยุดหย่อน

ส่วนคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ สะสมความน้อยเนื้อต่ำใจ หมิ่นแคลนตัวเอง นำจิตใจไปกักขังไว้ในความทุกข์โศก พร่ำรำพันถึงโชคชะตา วาสนาที่ไม่เป็นใจ วันคืนของชีวิตถูกห่มด้วยความหม่นเศร้า อันเกิดจากจิตใจตัวเองยังทะยานอยาก แต่ไม่มองไม่เห็นหนทางที่จะสมปรารถนา เคยชินกับการเสพอารมณ์เช่นนี้อยู่เรื่อยไป

โลกเรานี้จึงเต็มไปด้วยคนที่โอ้อวดตัวเองให้คนอื่นเห็นความเหนือกว่า โชว์ความสุขที่เกิดจากการสะสม บางครั้งแสดงออกด้วยเมตตากรุณา แต่หากวันใดที่พิจารณาจิตตัวเองให้ลึกลงไปแล้วจะพบความพยายามที่จะดิ้นรนให้ตัวเหนือกว่าคนอื่น บางคนเหนือกว่าด้วยการสร้างตัวเอง บางคนเหนือกว่าด้วยการทำลายล้างกดข่มคนอื่น

และอีกจำพวกหนึ่งอยู่ด้วยการสาปแช่งโชคชะตา จมอยู่ในอารมณ์คับแค้นต่อวาสนา การแสดงออกอาจจะอ่อนน้อม ถ่อมตน หรือเกรี้ยวกราดอาฆาตมาดร้าย แต่ลึกลงไปในจิตใจ หากค่อยๆ มองให้เห็นจะเห็นการไม่ยอมรับความเป็นจริงของตัวเอง

เอาเข้าจริงแล้วทั้งความพยายามสร้างตัวให้เหนือกว่าไม่หยุดหย่อน หรือการหมิ่นแคลนชะตากรรมของตัวเอง ล้วนสร้าง “พยาบาท” ให้กับ “จิต” และสะสมความเคยชินกับ “ความเคยชิน” นั้นเพิ่มมากขึ้นตามวันและวัยที่ผ่าน

เหนือกับ “เวลาของชีวิตที่ยังเหลืออยู่ มีไว้เพื่อเสพความสมปรารถนาจากพยาบาทนั้น” กลุ่มหนึ่งรื่นรมย์ยินดีกับความเหนือกว่าคนอื่น กลุ่มหนึ่งเสพสุขกับการได้ทำร้ายจิตใจตัวเอง

ชีวิตที่ดำเนินไปตามความเคยชินเช่นนี้ อาจจะเรียกว่า “หลง”

เป็นการให้ความหมายกับความสำเร็จด้วย “ความหลง”

หลงว่าที่เคยชินนั้นเป็น “วิถีที่แน่นอน” หลงกับความพยายามที่มุ่งไปในการรักษาความแน่นอนไว้ อาจจะเรียกว่า “ความมั่นคง” หรืออะไรก็ตาม แต่ที่สุดแล้วมีความหมายว่า “ไม่เปลี่ยนแปลง”

ต่อสู้เพื่อ “ชีวิตจะไม่เปลี่ยนแปลง” รู้สึกมีความสุขที่ “รักษาความเป็นนิรันดรของสิ่งต่างๆ ไว้ได้”

เป็นเรื่องน่าเศร้าตรงที่ “ชีวิตเช่นนั้นไม่มีอยู่จริง”

ไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะพยายามมากมายเพียงใดก็ตามที่จะรักษา “ความเคยชินที่ได้เสพไว้” วันหนึ่งสิ่งนั้นก็ต้องเปลี่ยนไป

เพราะแท้จริงแล้ว “สรรพสิ่งล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่มาประกอบกันเข้า”

มนุษย์คนหนึ่งต่อให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน ไม่ว่าจะเก่งกล้าสามารถอย่างไร ล้วนแต่ยากที่จะรักษา “ความเคยชินแห่งการเสพสุขนั้นไว้” เพราะปัจจัยที่มาประกอบส่วนใหญ่ล้วนเกินกว่าการบังคับบัญชาของใครคนใดคนหนึ่ง

ปัจจัยส่วนใหญ่ที่มาประกอบนั้นส่วนใหญ่เหนือการควบคุม เกิดจากการกระทำของคนอื่น สิ่งอื่น

การเปิดรับสัจธรรมนี้เป็นเรื่องที่สมควรจะเกิดขึ้นในวิถีดำเนินชีวิตของมนุษยชาติ

เปิดรับความเป็นจริง แกะชีวิตให้หลุดจากเยื่อใยของความเคยชิน เป็นหนทางที่ควรจะเป็น

เป็นความสำเร็จที่นำสู่ความสงบเย็น ไม่ต้องทุรนด้วยการดิ้นรน