หน้าแรก Uncategorized ครอบครัวทำบุญ...

ครอบครัวทำบุญครบ 1 ปี ‘เสี่ยจืด’เสียชีวิตอุบัติเหตุรถยนต์ จี้พนง.สส. -อัยการ เร่งทำคดีคืนความยุติธรรม

26.06.16 | 13:17 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 มิถุนายน ที่วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ถนนกรุงเกษม แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง ภรรยาของนายชูวงษ์ หรือเสี่ยจืด แซ่ตั๊ง พร้อมด้วยนางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวนายชูวงษ์ นายเอนก คำชุ่ม ทนายความ และญาติ ร่วมกันทำบุญและรำลึกถึงนายชูวงษ์ ซึ่งได้เสียชีวิตครบรอบ 1 ปี จากอุบัติเหตุบริเวณถนนเฉลิมพระเกียรติ ระหว่างซอย 48-50 เขตประเวศ พร้อมแจกเอกสารความคืบหน้าในการติดตามหาสาเหตุที่แท้จริงในการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ 6 ข้อ ดังนี้

1.นายชูวงษ์ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ซึ่งครบ 1 ปี แต่วันนี้ทั้งคดีการโอนหุ้นและคดีที่พบนายชูวงษ์เสียชีวิตในรถยนต์คันที่พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็นคนขับ ยังอยู่ระหว่างการหาหลักฐาน ซึ่งหากทำให้สังคมและสื่อมวลชนเกิดความสงสัยว่าเหตุใดจึงใช้เวลานานมาก ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกรุณาเป็นผู้ชี้แจง

2.สำหรับรายละเอียดของคดีที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ ที่ผ่านมาตลอด 1 ปี กรณีคดีการโอนหุ้นที่มีมูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาทนั้น ทางครอบครัวคุณชูวงษ์ได้แจ้งความต่อกองปราบปรามตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2558 ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและมีความเห็น สั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 4 คน ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ปลอมเอกสารและใช้เอกสารสิทธิปลอม และศาลอาญากรุงเทพได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวรวม 4 คนคือ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ น.ส.ศรีธรา พรหมา น.ส.อรุชา หรือป้อนข้าว วชิรกุลฑล และ น.ส.กัณฐณา ศิวาธนพล เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2558

3.ต่อมามีการส่งสำนวนคดีนี้ให้พนักงานอัยการ สำนักคดีอาญากรุงเทพใต้ แต่พนักงานอัยการฯ ยังไม่ส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เมื่อครบกำหนดฝากขัง ศาลจึงปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พ้นอำนาจศาลไป เมื่อปลายปี 2558 โดยพนักงานอัยการมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม สอบสวนเพิ่มเติมในหลายเรื่อง หลายประเด็น ซึ่งพนักงานสอบสวนก็สอบสวนเพิ่มเติมตามที่พนักงานอัยการฯ สั่งจนครบทุกประเด็นแล้ว แต่จนบัดนี้พนักงานอัยการก็ยังไม่ได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางศาลแต่อย่างใด

4.สำหรับที่มาของการเสียชีวิตของนายชูวงษ์เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น ครอบครัวขอย้ำว่าเนื่องจากญาติและเพื่อน ตลอดจนสังคมยังไม่ได้คำตอบถึงสาเหตุที่แท้จริงที่น่าสงสัยอย่างมากในทุกๆ ประเด็น เพราะคดีที่พบว่านายชูวงษ์เสียชีวิตอยู่ในรถยนต์คันที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็นคนขับนั้น เดิมอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.อุดมสุข แต่การรวบรวมพยานหลักฐานไม่คืบหน้า และมุ่งเน้นไปในเรื่องนายชูวงษ์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งขัดแย้งกับบาดแผลและการตรวจของแพทย์ซึ่งระบุว่าการเสียชีวิตเกิดจากศีรษะด้านหลังถูกกระแทกด้วยของแข็งไม่มีคมอย่างรุนแรง ทางครอบครัวจึงไปร้องเรียนต่อ ผบ.ตร.ในครั้งนั้นคือ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ซึ่งได้สั่งให้โอนคดีไปให้กองปราบปรามดำเนินคดีแทน รวมกับคดีโอนหุ้นที่กองปราบปรามทำอยู่เดิม

Advertisement

5.สำหรับการสอบสวนสืบหาหลักฐานที่ดำเนินการไปแล้วตลอด 1 ปี ครอบครัวและเพื่อนๆ มั่นใจว่ามีความชัดเจนอย่างมาก เช่น เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2558 กองปราบปรามได้จำลองเหตุการณ์เหมือนจริง เพื่อหาสาเหตุการตายปริศนาของนายชูวงษ์ โดยนำหุ่นขนาดเท่าตัวจริงมานั่งในรถ จำลองฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าซ้าย เพื่อวัดแรงกระแทก และใช้รถยนต์เลกซัสของตำรวจสันติบาล ตรวจจับความเร็ว จับระยะเวลาความเร็ว เพื่อตรวจสอบว่าแรงกระแทกระดับไหน ความเร็วระดับไหน จะทำให้ถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บ และกองปราบปรามยังได้รวบรวมหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล ผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องรถยนต์ไปครบทุกกรณีแล้ว ครอบครัวจึงเฝ้ารอความคืบหน้าของคดี

6.ทางครอบครัวจึงขอวิงวอนให้พนักงานสอบสวน กองปราบปราม และพนักงานอัยการสำนักคดีอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีทั้ง 2 โปรดเร่งรัดคดีให้คืบหน้าโดยเร็ว เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดนำตัวมาพิสูจน์ความผิด เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อครอบครัวของนายชูวงษ์ และดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตให้ไปสู่สุคติ

ก.18
นายเอนกกล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงวันนี้ครบรอบ 1 ปี แต่ว่าครอบครัวพบว่ามีความทุกข์ที่เกิดขึ้นทุกวัน ตลอดเวลา 1 ปี เป็นเรื่องที่ต้องรอการพิสูจน์สิ่งที่เกิดขึ้นกับชื่อเสียงของนายชูวงษ์ ครอบครัวนายชูวงษ์ แม้ในช่วงแรกๆ ข่าวจะออกมาอย่างต่อเนื่องในการติดตามคดีหาข้อเท็จจริง ครอบครัวนายชูวงษ์ได้รับความเสียหายเป็นเงินจำนวนมากจากการโอนหุ้นทั้งหมดประมาณเกือบ 300 ล้าน และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผลกระทบต่อจิตใจของครอบครัวนายชูวงษ์ ต่อมาก็ได้รับการพิสูจน์จากพนักงานสอบสวนเป็นลำดับ ทางครอบครัวก็พยายามพิสูจน์หาพยานหลักฐานทั้งหมดมาพิสูจน์ถึงการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ซึ่งทางครอบครัวได้พยายามทำทุกอย่างเรื่องกระบวนการยุติธรรม ทางครอบครัวของนายชูวงษ์ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ฯลฯ ที่ได้ดูแลเอาใจใส่คดีนี้มาตลอด พยานหลักฐานที่ได้ทุกคนเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายชูวงษ์มีอะไรที่แอบแฝงอยู่ เรารอเวลาแต่การรอเวลาก็มีขีดจำกัดอย่างน้อยก็ 1 ปีแล้วที่ครอบครัวได้รอเวลา แต่ก็ยังคาดหวังว่ากระบวนการก็ต้องดำเนินต่อไป เชื่อว่าไม่นานจะเข้าสู่กระบวนการทางศาล ยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำต้องการทวงความเป็นธรรมให้กับนายชูวงษ์กับครอบครัว

นายเอนกกล่าวว่า ขณะนี้ครอบครัวรอการพิสูจน์เรื่องของเอกสาร ความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนขั้นตอนของพนักงานสอบสวนนั้น ทางพนักงานสอบสวนไม่ลดละความพยายามในการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอกสาร ซึ่งพนักงานสอบสวนได้หาเส้นทางการเสียชีวิต เริ่มต้นจากสนามกอล์ฟเลควูด เลี้ยวมาทางบางโฉลง ถึงบางนา วิ่งต่อถนนกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนประเวศ แล้วมุ่งหน้าไปถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนมีการรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด สถานที่ต่างๆ และได้พยานหลักฐานเอกสารที่สำคัญ ตนเชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนทุกขั้นตอน ซึ่งในวันนี้เป็น 1 ปี ครบรอบการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ทางครอบครัวคิดว่าการดำเนินคดีต่างๆ นั้นมีความล่าช้า แต่ถ้ามองในมุมกลับกัน ถ้าการดำเนินคดีล่าช้าแล้วทำให้ได้พยานหลักฐานที่สำคัญ จนสามารถจับกุมตัวคนกระทำผิดได้ ทางครอบครัวก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ในขณะนี้ทางครอบครัวรอพนักงานสอบสวนสรุปสำนวน เพื่อปรากฏข้อเท็จจริงในเร็ววัน ซึ่งนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้มีคำสั่งฟ้องและส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ ปรากฏว่าอัยการสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นเส้นทางการเงิน และรูปภาพวงจรปิด ตนเชื่อว่าเร็วๆ นี้จะสามารถส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 ต่อศาลได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า 1 ปีที่ผ่านมาได้มีการติดต่อขอเจรจาหรือถูกข่มขู่คุกคามหรือไม่ นางวันเพ็ญกล่าวว่า ต้องยอมรับว่ามีการพยายามติดต่อผ่านผู้ใหญ่ซึ่งเป็นคนกลางเพื่อขอนัดเจรจา แต่ไม่ได้รับนัดเจรจาพูดคุยใดๆ ทั้งสิ้น ความเสียหาย ตนไม่ได้เสียดายเรื่องที่สูญเสียเงินไป เพราะว่าสิ่งที่เราสูญเสียไปคือชีวิตคน ซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้อยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่จะสามารถมาไกล่เกลี่ยหรือทดแทนชีวิตคนที่หายไป 1 คนได้ ส่วนเรื่องข่มขู่ถามว่ามีหรือไม่ ตนไม่สามารถระบุได้ว่าใครข่มขู่ ซึ่งการใช้ชีวิตโดยปกติตนก็จะเจอเหตุการณ์แปลกๆ อยู่หลายครั้ง ซึ่งจะต้องระมัดระวังตัวเอง เช่นมีเสียงปืนดัง 6 นัดติดกันข้างบ้าน มีคนคอยตาม มีคนแปลกหน้ามากดกริ่งบ้านพยายามบอกว่ามีข่าวมาเล่า ระยะหลังก็เบาลงเนื่องจากมีการระวังตัวมากขึ้น

นางวันเพ็ญกล่าวต่อว่า อยากขอความเห็นใจต่อสื่อมวลชน เวลาพาดหัวข่าว เช่น พริตตี้สาวคนสนิทชูวงษ์ อยากจะบอกว่าทำไมข่าวที่ออกไปฟังจากคนขับรถฝ่ายเดียว ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าพริตตี้คนดังกล่าวเป็นคนสนิทของใคร ผู้ตายก็มาพูดไม่ได้ ในส่วนนี้ทางครอบครัวมีหลักฐานชัดเจน แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งภายหลังจากที่กองปราบรวบรวมหลักฐานและออกหมายจับแล้ว ทุกอย่างจะกระจ่าง ว่าเพื่อนสาวคนสนิทนั้น สนิทกับใครกันแน่ หรือบุคคลใดเป็นคนวางแผนตั้งแต่ต้น หรือบุคคลใดเป็นคนวางแผนเตรียมเพื่อนสาวคนสนิทมาร่วมขบวนการ โดยมีหน้าที่เปิดบัญชีและรับโอนหุ้นไป ซึ่งการโอนหุ้นครั้งแรกวันที่ 8 มิถุนายน 2558 ครั้งที่ 2 วันที่ 22 มิถุนายน 2558 และกระจายขายหุ้นแบบไม่มีต้นทุน หากสาวคนดังกล่าวเป็นคนสนิทจริง รับโอนหุ้นแล้ว ทำไมจะต้องรีบขาย โดยเฉพาะหุ้นในล็อตแรกที่ น.ส.อรุชา หรือป้อนข้าว วชิรกุลฑล โอนให้กับมารดาตนเอง และขายทอดตลาด โดยทางครอบครัวอายัดไม่ทัน ส่วนหุ้นล็อต 2 น.ส.กัณฐณา ศิวาธนพล โอนหุ้นไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2558 วันถัดมาได้ทยอยขายหุ้นทันที ต่อมาในวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ได้เกิดอุบัติเหตุทำให้นายชูวงศ์เสียชีวิต ซึ่งมีการเปิดเงินออกไป 10 ล้านบาท หลังจากนั้นวันที่ 27 มิถุนายน 2558 มีการสั่งขายหุ้น มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท ทางครอบครัวสามารถอายัดจำนวนเงินและหุ้นประมาณ 200 ล้านบาท ในส่วนนี้เป็นประเด็นที่ผู้ต้องหาดิ้นรนเบิกเงินส่วนที่เหลืออยู่ จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาไปขอหมายศาลเพิกถอนอาญัติ แต่ศาลไม่อนุญาต

นางวันเพ็ญกล่าวอีกว่า เราพยายามรอความยุติธรรมรอกระบวนการทางกฎหมายเมื่อไหร่จะคืนให้เราเสียทีทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ ที่คนตายเถียงไม่ได้แล้วปล่อยให้คนเป็นให้ข่าวอยู่ฝ่ายเดียว ครอบครัวเราเป็นชาวบ้านที่เหลือแต่ผู้หญิงและเด็กจะต่อสู้กับผู้ที่มีอิทธิพลได้อย่างไร คดีนี้เรารอมาด้วยความอดทนเป็นเวลา 1 ปีแล้ว

นางศิริรัตน์กล่าวว่า ขอวิงวอนพนักงานสอบสวนและอัยการ ช่วยเร่งรัดคดีที่เกิดขึ้น เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับนายชูวงศ์และครอบครัวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวนั้น ทางครอบครัวของนายชูวงศ์ได้ทำบุญครบรอบวันตาย 1 ปี โดยมีญาติและคนสนิทมาร่วมทำบุญจำนวนมาก

ก.19

ต่อมาเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รรท.ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจหมื่นล้าน หลังทางครอบครัวของนายชูวงษ์ได้ออกมาแถลงการณ์ว่าคดีครบรอบ 1 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้านั้น ทาง รรท.ผบก.ป.ชี้แจงว่าคดีของนายชูวงษ์นั้นต้องแยกออกเป็นสองส่วน ในส่วนแรกคือคดีโอนหุ้น ซึ่งตอนนี้ทางพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ได้ทำการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งสำนวนให้ทางอัยการพิจารณาแล้วและอยู่ระหว่างการขั้นตอนพิจารณาของทางอัยการ ในส่วนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์นั้น ทางกองปราบปรามได้รับโอนคดีมาจาก สน.อุดมสุข ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง พยานแวดล้อม รวมทั้งได้นำผู้เชี่ยวชาญทางด้านยานยนต์มาทำการจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง อีกทั้งเมื่อได้ผลจำลองเหตุการณ์แล้วนั้นต้องมาดูในเรื่องความเห็นกับทางแพทย์ว่า ผลจำลองดังกล่าวสามารถทำให้เสียชีวิตได้หรือไม่อย่างไร ซึ่งขั้นตอนตรงนี้ต้องใช้เวลาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง รัดกุม และตอบข้อสงสัยได้ เพราะคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์เป็นคดีที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ ยืนยันว่าทางกองปราบปรามไม่ได้นิ่งนอนใจอะไร อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าราวกลางเดือนกรกฎาคมจะสามารถสรุปสำนวนได้

พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนสำนวนการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ จะใช้เวลาในการสรุปสำนวนไม่เกิน 1 เดือน ส่วนคดีการโอนหุ้นขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้สรุปสำนวนพร้อมหลักฐานใหม่ที่พนักงานอัยการมีคำสั่งให้หาเพิ่มไปแล้ว คาดว่าพนักงานอัยการจะใช้เวลาในการพิจารณา 1-2 เดือนนี้