‘วิลาศ’จี้ผู้ว่า กปภ.คนใหม่ สางทุจริต หลังพบข้อมูลเอื้อประโยชน์บริษัททำหนังสือค้ำประกันปลอม ฮั้วประมูลหวังเงินทอน ชง มท.1 แก้ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานพนักงานรัฐวิสาหกิจ ปิดช่อง ปล่อยคนเกษียณลอยนวล ไม่รับโทษ
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวขอบคุณนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จากกรณีที่ให้ความสนใจข้อมูลที่ตนแถลงข่าวเกี่ยวกับการทุจริตในการประปาส่วนภูมิภาคโดยได้เรียกข้อมูลไปดู และขอบคุณสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่เรียกทุกเรื่องไปตรวจสอบให้เห็นผลโดยเร็ว เช่น เรื่องการซื้อคลอรีนเหลวที่แพงเกินจริงโดยมีการเรียกค่าเสียหายคืนในส่วนที่มีการบวกเงินเข้าไปเฉยๆ 50 บาทต่อท่อ เป็นเงิน 1.4 ล้านบาท ทั้งนี้ ทราบว่ามีหน่วยปฏิบัติการพิเศษเกี่ยวข้องกับรองผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาคที่มีปัญหาได้ใช้สุภาพสตรีคนหนึ่งร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติของนายเสรี ทั้งที่คนที่เกี่ยวข้องก็ไม่บริสุทธิ์ จึงขอให้กำลังใจนายเสรีด้วย
นายวิลาศกล่าวต่อว่า มี 5 กรณีที่อยากให้นายเสรีตรวจสอบ 1.การประกวดราคาที่การประปาภูมิภาคเขต 3 มีห้างหุ้นส่วนจำกัดสุพรรณบุรีเมืองทองซื้อซองประกวดราคาและยื่นหนังสือค้ำประกันซองจากธนาคารกรุงเทพรวม 11 ครั้ง ซึ่งตนมีเอกสาร 3 ครั้งว่าเอกสารค้ำประกันเป็นของปลอม ได้แก่ โครงการวางท่อขยายเขตจ่ายน้ำที่ตำบลบางขี้เถ้า อ.บางคนที วงเงิน 5.3 ล้านบาท โครงการขยายท่อประปา.นครปฐม วงเงินงบประมาณ 42.8 ล้านบาท และโครงการปรับปรุงเส้นท่อสาขาประจวบคีรีขันธ์ 51 ล้านบาท วางเงินค้ำประกันปลอม 2.5 ล้านบาท โดยมีผู้อำนวยการกองบัญชีและการเงินเทคโนโลยีเขต 3 ราชบุรีตรวจสอบ แต่กลับถูกย้ายไปเป็นผู้อำนวยการเทคโนโลยีที่เขต 2 ชลบุรี และยังถูกตั้งกรรมการสอบ แต่สุดท้ายผลออกมาก็ไม่มีมูล จึงอยากให้ผู้ว่าการประปาฯคืนความเป็นธรรม และตั้งกรรมการสอบสวนว่าเหตุใดจึงไม่มีการระงับการทำธุรกรรมกับบริษัทที่กระทำผิด แต่ปล่อยให้เวลาล่วงไปถึง 2 ปี จึงมีหนังสือยกเลิก ซึ่งตนทราบว่าสาเหตุที่ล่าช้าเป็นเพราะบริษัทดังกล่าวมีงานค้างอยู่หลายโครงการเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จรับเงินเรียบร้อย และทิ้งเวลาไป 3 เดือน ทางการประปาฯจึงมีหนังสือคำสั่งยกเลิกตามมา จึงขอให้ตรวจสอบว่าพฤติกรรมเหล่านี้ใครได้ประโยชน์ โดยในปัจจุบันบริษัทนี้ได้ให้สตรีรายหนึ่งไปจดทะเบียนบริษัททำมาหากินใหม่แล้วด้วย
นายวิลาศกล่าวต่อว่า 2.มีการเซ็นสัญญาจ้างเหมาทั้งที่ไม่มีหนังสือส่งมอบพื้นที่ เป็นการเซ็นแบบให้ไปตายเอาดาบหน้า ทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงานจนบริษัทไม่สามารถดำเนินการได้ตามสัญญา เกิดการฟ้องร้องตามมาจนสร้างความเสียหายให้กับการประปาฯในที่สุด ทั้งนี้ทราบมาว่าสาเหตุที่มีการดำเนินการดังกล่าวเพราะต้องการเริ่มทำสัญญาเนื่องจากจะมีเงินทอน โดย ผอ.เขตจะได้ 1 เปอร์เซ็นต์จากราคากลางหลังเซ็นสัญญา หัวหน้าพัสดุอีก 1 เปอร์เซ็นต์ ถ้าบริษัทใดไม่ให้ก็ต้องเผชิญวิบากกรรม เมื่อสัญญาจบต้องจ่าย 2 เปอร์เซ็นต์สำหรับประธานและกรรมการตรวจงาน จึงทำให้มีการเซ็นสัญญาก่อนโดยไม่มีพื้นที่ จึงขอฝากไปยังผู้ว่าการประปาฯให้ไปตรวจสอบเพื่อไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้ ที่พบหนักที่สุดคือที่เขต 3 ซึ่ง ผอ.ได้ย้ายไปอยู่เขต 1 หากใช้มาตรฐานที่เคยทำก็จะลามไปทั้งประเทศ และตนเป็นห่วงเพราะคนที่ทำอะไรผิดปกติในการประปาฯ มักได้ดิบได้ดีหมด เช่นคนที่เป็นรองผู้ว่าฯในปัจจุบันเนื่องจากเป็นขบวนการ จึงอยากให้ตรวจสอบย้อนหลังก่อนการแต่งตั้งจะได้ไม่ตั้งคนผิด
นายวิลาศกล่าวอีกว่า 3.โครงการก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปาที่สำนักประปาจันทบุรีที่ดินเดิมมีอยู่ 40 ไร่ แต่มีการเสนอขอซื้อที่ดินเพิ่มอีก 60 ไร่ เพื่อขยายโครงการ วงเงิน 508 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดิน แต่ที่สุดมีการซื้อที่ดิน 10 ไร่ ไร่ละ 4 แสนบาท เป็นเงิน 4 ล้านบาทเศษ มีปัญหาว่ามีการตัดต้นไม้หมดขายไปได้เงิน 4 แสนกว่าบาท แต่ไม่ทราบว่าเงินดังกล่าวหายไปไหน นอกจากนี้มีปัญหาคือมีหนังสือจากจังหวัดห้ามก่อสร้างและขณะนี้มีมติให้ยกเลิกสัญญาแล้ว จึงขอให้มีการฟ้องร้องเพื่อเอาเงินคืน 4.การฮั้วประมูลเกือบทุกโครงการซึ่งต้องมีเจ้าหน้าที่การประปาเกี่ยวข้อง โดยมีพิรุธทั้งการยื่นซองประมูลและการเคาะราคา และ 5.เสนอให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสนใจในสิ่งที่ตนแถลง มีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 เนื่องจากกำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานมาจากการสรรหาไม่ถือเป็นพนักงาน ทำให้ลงโทษไม่ได้ เมื่อมีปัญหาการทุจริต และต้องแก้ข้อบังคับว่าด้วยความผิดของพนักงานรัฐวิสาหกิจ แม้พนักงานปลดเกษียณก็สามารถดำเนินการเอาผิดได้ มีตัวอย่างที่องค์การโทรศัพท์ที่ชี้มูลผู้อำนวยการกับรองผู้อำนวยการฯว่าทำผิดตั้งแต่ปี 2557 แต่เกษียณไปแล้วทำให้เอาผิดไม่ได้ ทำให้คนที่คิดทุจริตคนโกงพยายามดึงเรื่องไม่ส่งการตรวจสอบจนกว่าจะปลดเกษียณ

