
‘พระพุทธชินวงศ์’ปฏิบัติศาสนกิจที่พม่า กลับไทย 26 มิถุนาฯ ยังไม่กำหนดคุย’ธัมมชโย’ ศิษย์ธรรมกายแจง’เวิลด์พีซวัลเล่ย์’ 400 ไร่ มีเอกสารสิทธิถูกต้อง ใช้ประโยชน์ได้ทั่วไป
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 มิถุนายน ที่วัดพระธรรมกาย ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ตามที่มีการเสนอข่าวเรื่องศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ 400 ไร่ ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ขอเรียนชี้แจงว่า ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์มีเอกสารสิทธิถูกต้อง ไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือที่ดินของสำนักงานเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.) แต่เป็นที่ดินที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั่วไป โดยไม่จำกัดเฉพาะทำเกษตรกรรม ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ได้ขออนุญาตการก่อสร้างกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โป่งตาลอง อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2556 โดยมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในอุปถัมภ์ พระราชภาวนาวิสุทธิ์
“ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์มิได้เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นศาสนสมบัติเพื่อพระพุทธศาสนาและประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของทั้งพระภิกษุ สามเณร ข้าราชการ เยาวชน และประชาชนทั่วไป เพื่อฟื้นฟูศีลธรรมกลับสู่สังคมไทย ผู้มาปฏิบัติธรรมต้องรักษาศีล 8 งดทานข้าวเย็น ห้ามดื่มเหล้า ห้ามสูบบุหรี่ นุ่งขาวห่มขาว ตื่นนอนตั้งแต่เวลา 04.30 น. เพื่อสวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรม มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ห้องนอนเป็นห้องรวม ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เตียงไม้ขนาดกว้างเพียง 90 เซนติเมตร ใช้ห้องน้ำรวม ที่ดูอาคารมีขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถรองรับผู้มาปฏิบัติธรรมได้จำนวนมาก ครั้งละ 1,500 คน” นายองอาจกล่าว
นายองอาจกล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีหน่วยราชการเข้าไปตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมที่มีแนวทางเดียวกับวัดพระธรรมกาย มีการตรวจสอบที่อาจไม่เป็นไปตามครรลองที่ชอบธรรม อาทิ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบธุดงคสถานล้านนา อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ว่ารุกที่ป่าสงวนหรือไม่ ทั้งที่ธุดงคสถานตั้งอยู่กลางเมือง อยู่ติดมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ว่ารุกป่าหรือไม่ ทั้งที่ตั้งอยู่กลางท้องนา ไม่มีป่าสงวนอยู่ในละแวกใกล้เคียงเลย เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับคำสั่งให้มาตรวจก็งงกับคำสั่ง ซึ่งเป็นคำสั่งที่ชอบธรรมหรือไม่ อย่าลืมว่าหน่วยราชการทั้งหมดจัดตั้งขึ้นด้วยฉันทานุมัติจากประชาชน ดำเนินงานด้วยภาษีอากรของประชาชน เพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชน ผู้บริหารหน่วยงานราชการไม่ควรเข้าใจผิดว่าตนเป็นเจ้าของอำนาจจะสั่งการให้ข้าราชการทำอะไรก็ได้
“หากการบริหารราชการถูกมองว่าเป็นการลุแก่อำนาจเพื่อจะหาเรื่องรังแกประชาชนและคณะสงฆ์ ก็เป็นการทำงานที่ขัดต่อนโยบายการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชาติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะศิษยานุศิษย์ขอวิงวอนหน่วยราชการได้โปรดให้ความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่กลั่นแกล้งประชาชน และขอวิงวอนสื่อมวลชนอย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยอคติ เลือกปฏิบัติ ทำงานตามใบสั่งเลย” นายองอาจกล่าว
แหล่งข่าววัดพิชยญาติการามแจ้งว่า ภายหลังจากที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าหารือกับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เกี่ยวกับคดีของพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เมื่อเร็วๆ นี้นั้น โดยการหารือสมเด็จพระพุทธชินวงศ์รับปากจะช่วยเจรจากับพระธัมมชโย ล่าสุดยังไม่กำหนดวันเข้าเจรจากับพระธัมมชโยแต่อย่างใด เนื่องจากสมเด็จพระพุทธชินวงศ์เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศเมียนมา และจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 26 มิถุนายนนี้
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา นางคุณาภา ธำรงมาศ ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง สั่งคุ้มครองและระงับซึ่งคดีทุกคดีที่เกี่ยวกับการกล่าวหาพระสงฆ์และสถาบันพระพุทธศาสนาทุกแห่งให้ได้รับความเป็นธรรม โดยกล่าวหา 1.อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ 2.พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม 3.นพ.มโน เลาหวณิช และ 4.นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่ามีการใช้วิธีการทางกฎหมายโดยไม่สุจริต ในขณะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ในหน่วยงานของชาติ กระทำการไม่เป็นธรรมต่อพระสงฆ์และสถาบันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และใช้วิธีอันละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน กระทำการต่างๆ โดยการอ้างกฎหมายโดยไม่สุจริต ใส่ร้าย ซึ่งเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือระงับการกระทำดังกล่าวด้วย โดยศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณา
