จากกรณี น้องน้ำเพชร ชายอายุ 29 ปี เดินทางไปลงบันทึกประจำวัน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายสมสกุล มูลนาค อายุ 40 ปี เมื่อวันที่7 สิงหาคม 2558 เนื่องจากไปใช้บริการเสริมความงามเถื่อน หรือหมอกระเป๋า แล้วเกิดผลข้างเคียงอย่างรุนแรง จนกระทั่งผ่านมา 9 เดือนก็ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆทั้งสิ้น
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 26 มิถุนายน ที่สน.ทุ่งสองห้อง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาพร้อมน้องน้ำเพชร(นามสมมุติ) อายุ 29 ปี เพื่อมาชี้ตัวนางสมสกุล มูลนาค อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่33/2559 ลงวันที่5 กุมภาพันธ์ 2559 ในข้อหากระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ,ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ประกอบกิจการ และดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้บริเวณ12/60 ซอยงามวงศ์วาน59 แยก3-4 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. เมื่อวันที่25 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ21.00 น.
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า หลังจากที่ผู้เสียหายแจ้งความตั้งแต่ปี 2558นั้น ก็ไม่ได้รับการติดต่อใดๆทั้งสิ้น จนกระทั่งผู้เสียหายมาร้องที่ตน จึงติดต่อเจ้าของคดีที่สน.ทุ่งสองห้อง ว่าผู้ต้องหามีหมายจับหรือไม่ จนกระทั่งตนทราบว่าผู้ต้องหามีหมายจับ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าจะต้องมีรางวัลนำจับ ซึ่งตนได้บันทึกคลิปเสียงการสนทนาไว้ทั้งหมดแล้ว และในวันนี้ได้นำคลิปเสียงดังกล่าวมายืนยัน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้ประสานไปยังรองผกก.ปราบปราม จนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ซึ่งบ้านของผู้ต้องหานั้น อยู่บริเวณใกล้เคียงสน.ทุ่งสองห้อง ทั้งนี้เรื่องที่พนักงานสอบสวนเรียกรับรางวัลนำจับนั้น ได้ร้องไปที่สน.ทุ่งสองห้อง จนกระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว
น้องน้ำเพชร กล่าวว่า มีเพื่อนแนะนำให้ไปฉีดฟิลเลอร์กับหมอกระเป๋า จำนวน 4-5 ครั้ง ครั้งละ 3 เข็ม หรือประมาณ 9,000 บาท จนกระทั่งครั้งล่าสุดตนมีอาการหน้ามืด มองไม่เห็น ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยแล้วบอกว่าเป็นอาการของยาชาไหลลงตา พักประมาณ 3-4 ชั่วโมงถึงจะหาย ตนกับเพื่อนจึงเรียกแท็กซี่กลับไปห้องพัก เพื่อนอนพัก เมื่อถึงเวลา18.00น. รู้สึกปวดตา และอาเจียน จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา และได้ตรวจเลือดบริเวณดวงตา ซึ่งแพทย์พูดว่ามารักษาช้าไป ต้องรักษาตามอาการ และทำเรื่องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลรามา ซึ่งแพทย์ระบุว่าเกิดจากสารเหลวไม่ทราบชนิด อุดตันในเส้นเลือดแดง ทำให้ตามองไม่เห็น ซึ่งในปัจจุบันตนมองเห็นแค่พร่ามัวเท่านั้น จึงอยากฝากเตือนเพื่อนๆที่รักสวยรักงาม ให้เลือกคลินิกที่ไว้ใจได้ และอยากจะขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ช่วยเรื่องเงินในการรักษาทั้งหมด เพราะตั้งแต่ตนมองไม่เห็น ก็ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และเมื่อไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ เรื่องจากมีข้อบกพร่องทางสายตา แต่ในขณะนี้ตนได้เข้าทำงานที่ที่องค์กรช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ได้ฝึกการทำอาหาร ทำขนม เรียนดนตรี และมีเงินเดิน เพื่อช่วยเหลือครอบครัวอีกด้วย
พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รองผู้กำกับ(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง ระบุว่า ดำเนินคดีตามขั้นตอน และเมื่อศาลออกหมายจับก็สามารถติดตามจับนายสมสกุล มูลนาค ผู้ต้องหาได้แล้วรับสารภาพ และก่อนหน้านี้ตำรวจได้นำสำนวนส่งอัยการไปแล้ว จากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ขึ้นทะเบียนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดสถานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนกรณีคลิปเสียง จะต้องตรวจสอบ พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาโดย ยืนยันจะพิจารณาคดีด้วยความตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีกลุ่มลูกค้าคนสนิทของผู้ต้องหาประมาณ 5-6 คน เดินทางมาที่สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมเล่าว่า เรื่องที่ผู้เสียหายอ้างว่าถูกหลอกมาฉีดฟิลเลอร์นั้น ผู้เสียหายรู้มาตั้งแต่ตอนเเล้วว่าเป็นหมอเถื่อน และฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เป็นซิลิโคน ซึ่งผู้ต้องหามีปัญหาด้านสายตามาแล้วตั้งแต่ก่อนที่จะมาใช้บริการดังกล่าว อีกทั้งผู้เสียหายยังเคยอ้อนวอนให้พามาหาหมอเอง

