วันที่ 26 มิถุนายน 2559 เมื่อเวลา 09.00 น. นายสมศักดิ์ ชวนชม หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.2 (เขาค้อ) จ.เพชรบูรณ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานและนำค่าพิกัดจีพีเอส ที่ป่าไม้และชุดพยัคฆ์ไพรรวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่ ร่วมกันลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโรงแรม รีสอร์ต บ้านพักหรูของกลุ่มนายทุน ที่อยู่ในเขตป่าสงวนตามเป้าหมายจำนวน 4 จุด เพื่อทำแผนที่ตรวจสอบในที่ดินแต่ละแปลงว่าอยู่ในเขตป่าหรือไม่ กระทั่งพบว่าที่ดินทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาโปกหล่น และอยู่นอกแปลงสำรวจสิทธิทำกินของเจ้าหน้าที่ป่าไม้
โดยเจ้าหน้าที่ให้ความสนใจเร่งตรวจหลักฐานในพื้นที่ดินบริเวณปากทางเข้าบ้านภูพ่อบท หมู่ที่ 6 ซึ่งนางประนอม ชุมมะมล เป็นผู้ครอบครอง, คิรีณยารีสอร์ต, รีสอร์ตรักเขาและบ้านสันเขา รวมทั้งที่ดินบนเนินสันเขาที่อยู่ระหว่างก่อสร้างสำนักปฎิบัติธรรม ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์โซนซี โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทำการบันทึกการเข้าตรวจสอบและพบว่า รีสอร์ตเหล่านี้นอกจากจะอยู่ในเขตป่าแล้ว ยังอยู่นอกแปลงการสำรวจสิทธิทำกินของทางป่าไม้อีกด้วย โดยทางเจ้าหน้าที่เตรียมจะนำหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม นายชาญ ถาวรวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ได้นำสำเนาครองที่ดินของนางประนอมและสำเนาใบภทบ.5 มีชื่อนายไพรัตน์ คณบุชไพร เป็นผู้เสียภาษีมายื่นแสดงต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ โดยชี้แจงว่า ที่ดินเหล่านี้อยู่ในเขตพื้นที่ป่าจริงแต่มีการกันพื้นที่ออกเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเป็นที่ดินที่มีราษฎรทำกินหลังจากทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าสำรวจเมื่อปี 2552 เพื่อจะประกาศเป็นพื้นที่อุทยานฯเขาค้อ ส่วนสาเหตุที่ไม่มีในบัญชีการสำรวจเพราะรายชื่อตกหล่นไป กระทั่งนายสมศักดิ์ได้ทักท้วงว่าจะอ้างรายชื่อตกหล่นไม่ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจและพิสูจน์สิทธิทำกินแล้ว เมื่อราษฎรไม่ไปยื่นหรือแสดงสิทธิการครอบครองก็จะหายไปด้วย
นายชาญกล่าวอีกว่า สำหรับที่ดินแปลงคิรีณยานั้นเจ้าของที่ดินเดิมชื่อนายไพรัตน์ ไม่ทราบนามสกุล ปัจจุบันไม่ทราบเช่นเดียวกันว่า มีการซื้อขายเปลี่ยนมือหรือเปลี่ยนผู้ครอบครองแล้วหรือไม่เนื้อที่ราว 15 ไร่ เนื่องจากช่วงที่มีการขอบ้านเลขที่ยังใช้ชื่อนายไพรัตน์อยู่และเป็นพื้นที่นอกแปลงสำรวจ ส่วนที่ดินแปลงรีสอร์ตรักเขา ผู้ครอบครองเดิมคือนายไพรัตน์ คณบุชไพร เนื้อที่ 15 ไร่ เนื่องจากเข้าใจว่าอยู่ในแนวเขตของต.ทุ่งสมอ จึงไม่ได้นำชี้แนวเขตระหว่างสำรวจ ทำให้รายชื่อตกหล่นจนทำให้ทำให้รายชื่อตกหล่นจนทำให้ที่ดินอยู่นอกแปลงเช่นกัน ส่วนบ้านพักสันเขาเจ้าของเดิมเป็นของนายไพรัตน์เช่นกัน

“สำหรับที่ดินแปลงที่มีการก่อสร้างอาคารบนเนินสันเขา ตอนแรกที่ไปเห็นก็ไปสอบถามกระทั่งได้รับแจ้งว่าสร้างสำนักปฎิบัติธรรม ก็ยังทักท้วงไปว่าพื้นที่เป็นเนินเขาสูงลาดชันไม่กลัวเรื่องดินสไลด์เหรอ ก็ยังเห็นเขาก่อสร้างกันต่อ ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้มีเนื้อที่ราว 5 ไร่ ส่วนที่ดินที่อยู่บริเวณด้านซ้ายของสันเขาข้างแปลงสำนักปฎิบัติธรรม ทราบเป็นของอาจารย์วรพลทราบเพียงว่า เอาพี่น้องมาจัดแบ่งกันเป็นล็อกซึ่งไม่ทราบว่าจะจัดสรรขายหรือไม่ เนื้อที่ราว 5 ไร่เช่นกัน”นายชาญกล่าว
ข่าวแจ้งว่า ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้อยู่ระหว่างสรุปและรวบรวมหลักฐานรีสอร์ตและบ้านพักหรูบนที่ดินทั้ง 5 แห่งที่อยู่ในเขตป่า ได้แก่ 1.ที่ดินแปลงนางประนอมที่สร้างบ้านพักหรู, 2.ครีณญารีสอร์ต, 3.รีสอร์ตรักเขา, 4.บ้านสันเขา และ5.ที่ดินสำนักปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะที่ดินนางประนอมเจ้าหน้าที่ป่าไม้พบว่าบริเวณที่ปลุกสร้างบ้านพักหรู 2 หลังอยู่ในพื้นที่ป่า และมีการส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ลงตรวจเช็คค่าพิกัดจุดบริเวณพื้นที่อีกครั้งเพื่อยันยันความชัดเจน หลังจากเสร็จสิ้นก็จะนำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ เพื่อให้ดำเนินคดีและเอาผิดกับผู้ครอบครองดังกล่าวต่อไป

