“จาตุรนต์”สกิดเตือนคสช.-รัฐบาล จงใจปิดปาก จับกุมฝ่ายเห็นต่างเยี่ยงอาชญากรร้ายแรง ระวังปลุกระแสปชช.ไม่รับร่างรธน.สูงขึ้น เหตุเห็นถึงความไม่เป็นธรรม เลือกปฏิบัติ ชมประชามติเมืองผู้ดีเปิดแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการทำประชามติสหราชอาณาตจักรการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป(อียู)ว่า จะเห็นความแตกต่างจากการลงประชามติของประเทศไทยอย่างฟ้ากับดิน ของอังกฤษเปิดให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็นได้อย่างเสรี เป็นการตัดสินใจของประชาชนที่ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ประชาชนของเขาก็จะร่วมกันรับกับสภาพที่จะเกิดขึ้น และการที่อังกฤษตัดสินใจออกจากอียู เป็นการแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ในโลกนี้สามารถผันผวนได้ตลอดเวลา ดังนั้น แนวคิดของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และผู้มีอำนาจที่ต้องการกำหนดนาคตของประเทศล่วงหน้าไปถึง 20 ปี ไว้ในแผนปฏิรูปและร่างรัฐธรรมนูญ จึงไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ของโลกที่กำลังผันผวน จะทำให้ประเทศไทยต้องพบกับวิฤกติร้ายแรงที่ไม่สามารถพลิกแพลง หรือยืดหยุ่นรับกับสถานการณ์ได้
“ขณะนี้ผู้มีอำนาจทั้งหลายได้สมคบกันที่จะทำให้ผู้ที่ไม่มาจากการเลือกตั้ง เชื่อมโยงกับคสช.มีอำนาจกำหนดความเป็นไปของประเทศไปอีกยาวนาน โดยไม่คำนึงถึงกฎหมาย หรือความถูกต้องชอบธรรมใดๆ ขณะนี้ทางฝ่ายผู้มีอำนาจใช้กลไกทุกอย่าง รวมทั้งงบประมาณแผ่นดินเพื่อที่จะใช้นำให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ โดยได้ข้อมูลทางเดียว ในขณะที่ฝ่ายที่เห็นต่างไม่สามารถทำอะไรได้เลย มีการปฏิบัติที่แตกต่างกันอย่างมาก มีการใช้เวทีของรัฐที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีทั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาลชี้นำประชาชนผ่านสื่อต่างๆๆไปทั่วประเทศ ในขณะที่นักศึกษาไปแจกใบปลิวให้คนได้ไม่กี่สิบคน จับกุมเหมือนเป็นอาชญากรร้ายแรง” นายจาตุรนต์ กล่าว
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า การกระทำของนักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการเผบแพร่ความคิดเห็นต่าง ไม่ได้ผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ถูกจัดการโดยอาศัยคำสั่งคสช.ซึ่งก็สามารถใช้ได้ตามอำเภอใจ ทั้งที่คนเหล่านั้นไม่ได้ทำผิดกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นกกต.ก็ไม่ได้ทักท้วงว่าส่ิงที่เกิดขึ้นไม่ได้ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายการทำประชามติเลย ซ้ำร้ายยังออกมาชี้แจงในทางข่มขู่ผู้ที่เห็นต่างอีก ฉะนั้น จึงเป็นการสมคบกันของทั้งผู้มีอำนาจทั้งหลาย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะนำไปสู่การปกครองเผด็จการอันยาวนาน และการที่จะหยุดยั่งไม่ให้ประเทศถูกปกครองแบบเผด็จการแบบยาวนานนี้ มีอยู่ทางเดียวทำให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบการทำประชามติ การใช้อำนาจอย่างไม่ชอบธรรม เพื่อให้รัฐธรรมนูญนี้ผ่านให้ได้โดยไม่คำนึงถึงความไม่ถูกต้องชอบธรรม ยิ่งทำให้คนเห็นว่าไม่ควรให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านมากขึ้นทุกวัน
เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุหากมาตรา 61 วรรคสองขัดรัฐธรรมนูญ การแสดงความเห็นก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย ยังมีกฎหมายพิเศษเป็นกุรุส รวมถึงมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57มาควบคุม นายจาตุรนต์ กล่าวว่า แสดงถึงความตั้งใจที่แท้จริงของผู้มีอำนาจ ท่ีไม่ได้คำนึงหลักกฎหมายหรือความชอบธรรม และถ้าจะวุ่นวายหรือรุนแรงจริง ก็เกิดจากผู้มีอำนาจเอง กลายเป็นว่าการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะไม่มีอะไรมากแล้วเพราะคสช.สามารถใช้มาตรา 44 จับกุมได้อย่างง่ายเสมอ โดยอ้างว่าเป็นการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่ไม่ได้เป็นการมั่วสุมทางการเมืองเลย ทั้งการไปเรียกร้องให้ตรวจสอบคอร์รัปชัน หรือการไปแจกเอกสารเผยแพร่เห็นต่างร่างรัฐธรรมนูญ
ส่วนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.จัดเฟซบุ๊กไลฟ์แสดงจุดยืนรับร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การที่คุณสุเทพออกมาแสดงความเห็นเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่มีการกระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นการไม่ไปจับ ไม่ไปห้ามก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ปัญหามันอยู่ที่มีการใช้วิธีการอย่างป่าเถื่อนต่อผู้ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญต่างหาก ถ้าทำมากขึ้นทำให้คนเกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรม คนก็จะตั้งคำถามว่า ถ้ารัฐธรรมนูญดีจริงคงไม่ใช้วิธีการป่าเถื่อนอย่างนี้ และย่ิงจงใจที่จะปิดปากผู้ที่เห็นต่าง ก็อาจทำให้คนไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น ประชามติอาจไม่ผ่าน เนื่องจากคนเห็นว่ากระบวนการที่ทำกันอยู่ไม่มีความยุติธรรม

