วันที่ 26 มิถุนายน 2559 เมื่อเวลา 13.30 น. กลุ่มข้าราชการสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าลาด อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา นำโดย1.นางสาวศุจินธร ศรีทรัพย์ ผู้อำนวยการกองช่าง 2.นางสาวอาภาศิริ ขจรภพ ผอ.กองคลัง 3.นายวิชิต ยาย่อ อายุ 37 ปี นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ และ4.นางสาวไอยรักษ์ เผือกสีแก้ว นักจัดการงานทั่วไป เดินทางมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายปริญญา แจ้งหมื่นไวย เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา
นายวิชิต กล่าวว่าตนถูกนายประเสริฐ ขาวสุข นายก อบต.ท่าลาด นางสาวสุรีย์รัตน์ ขาวสุข หัวหน้าสำนักปลัดฯ รักษาการปลัด อบต. ท่าลาด และนางสาวณัฐธิดา ขาวสุข โดยทั้ง 2 คน เป็นลูกสาวของนายประเสริฐ ได้ร่วมทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและปลายคางแตกต้องเย็บแผล 2 เข็ม ท่ามกลางสายตาของข้าราชการและพนักงานจ้างตามภารกิจเห็นเหตุการณ์นับสิบคน ก่อนนำเอกสารการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ กับ ร.ต.อ เทพนคร ทวยหา พนักงานสอบสวนเวร สภ.ชุมพวง อ.ชุมพวง ฯ มายื่นเป็นหลักฐาน เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยนายวิชิตระบุ เหตุการณ์เกิดขึ้นจากที่ตนมาตามหาแฟ้มเสนอเซ็นและหนังสือลงเวลาปฏิบัติหน้าที่ราชการ ที่วางอยู่หน้าห้องทำงานรักษาการปลัด แต่นางณัฐธิดา ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับ อบต. นำออกไปโดยพลการ จึงเกิดมีปากเสียงกัน นางสาวสุรีย์รัตน์ พี่สาวนางสาวณัฐธิดาได้ยินเสียง จึงออกมาดูและโต้เถียง จากนั้นทั้งพี่และน้องสาวได้รุมทำร้าย บรรดาเพื่อนร่วมงานช่วยห้ามปรามแยกย้ายคู่กรณีออกจากกัน ระหว่างที่นายวิชิต ซึ่งเดินอยู่บริเวณหน้า อบต. เพื่อรอขึ้นรถบ้านพัก นางสาวณัฐธิดา ได้ตะโกนด่าอีก จึงเกิดการโต้เถียงอีกครั้ง นายประเสริฐ ผู้เป็นพ่อ ไม่พอใจได้กำหมัดชกที่ใบหน้านายวิชิตเต็มแรง เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
นายวิชิต กล่าวว่า ตนและพวกได้ถูกนายประเสริฐและลูกสาวพยายามกลั่นแกล้งมาตลอด ทำให้ข้าราชการ 5 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 11 คน ไม่สามารถทนรับสภาพปัญหาขัดแย้งได้ จึงขอย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท. ) อื่น ซึ่งได้ตอบรับ แต่นายประเสริฐ ในฐานะต้นทาง ชะลอเรื่องไว้ จึงต้องทนอยู่แบบกล้ำกลืนนานร่วม 2 ปี สาเหตุการขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 58 เรื่องประเมินสภาพการจ้างพนักงานตามภารกิจงานธุรการและขับรถยนต์ นายวิชิตได้โต้แย้งควรให้ผ่านแต่นายประเสริฐ ประเมินไม่ให้ผ่าน จากนั้น ป.ป.ช ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการต่างๆ ตามกระบวนการร้องกล่าว พร้อมให้ข้าราชการเป็นพยาน นายประเสริฐเข้าใจว่าเป็นพวกตนเป็นผู้ร้องทำให้ความขัดแย้งขยายวงลุกลามอย่างต่อเนื่อง ข้าราชการและลูกจ้างที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม เกรงจะไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากนายประเสริฐ มีอิทธิพลในพื้นที่ จึงขอให้ผู้มีอำนาจให้ความเป็นธรรมพร้อมลงพื้นที่สอบสวนปัญหาที่เกิดขึ้น หากย้ายนายประเสริฐ ฯ และครอบครัวไม่ได้ ก็ขอให้ออกคำสั่งย้ายตนและพวกแทนเร็วที่สุด
ด้านนายปริญญา เจ้าหน้าที่สืบสวน กล่าวชี้แจงจะเร่งรวบรวมเอกสารหลักฐาน นำเสนอผู้บังคับบัญชาให้พิจารณาดำเนินการอำนาจหน้าที่ต่อไป
ขณะที่ นายทศพล ยุทธศิลป์กุล นายอำเภอชุมพวง กล่าวว่า การร้องกล่าวหาทำร้ายร่างกาย ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏและต้องปรากฏความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย จากการสอบถาม พบ อบต.ท่าลาด ฯ มีปัญหาขัดแย้งภายใน ซึ่งเกิดจากขั้วการเมือง ตนในฐานะผู้บังคับบัญชา ได้พยายามหาทางปรองดอง เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ส่วนข้อครหาที่ว่า พ่อเป็นนายกฯ ลูกสาวทำหน้าที่รักษาการ ปลัด อบต. ตนได้ให้คำชี้แนะคำนึงถึงความเหมาะสม นายก อบต.กล่าวรับจะเร่งดำเนินการ ส่วนสาเหตุที่ล่าช้าเนื่องจากมีปลัดหลายคนเสนอตัวเข้ามา ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดสรรตามกระบวนการ ส่วนปัญหาต้นทางที่ไม่ยอมอนุมัติให้ข้าราชการขอย้าย ต้องทำความเข้าใจการย้ายพร้อมๆกันว่าจะเกิดปัญหาในการบริหารจัดการในองค์กร ที่สำคัญต้องมีข้าราชการมาปฏิบัติหน้าที่แทนในตำแหน่งดังกล่าวก่อน
อย่างไรก็ตาม นายประเสริฐ ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงทางโทรศัพท์ว่า เหตุผลที่ให้ลูกสาวคนเล็กเข้ามาใน อบต. เนื่องจากแฟ้มเสนอเซ็นและหนังสือลงเวลาปฏิบัติหน้าที่ราชการ ถูกมือดีนำออกไปด้านนอก เพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความ จึงให้ลูกสาวคนเล็กมาช่วยเฝ้าดู พบนายวิชิต นำออกไป ทั้งๆที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ จึงมีการโต้เถียง ตนเข้าไปห้ามปราม แต่คู่กรณีไม่ยอมพยายามทำร้ายลูกสาว จึงใช้หมัดชกเพื่อให้ยุติการทะเลาะวิวาท ทั้งนี้ตนอยากขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวขาวสุข ซึ่งถูกใส่ร้ายป้ายสีมาโดยตลอด โดยขอยืนยันว่าพวกเราไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลและไม่เคยคิดจะกลั่นแกล้งข่มขู่ตามที่ฝ่ายตรงข้ามมโน ข้อกล่าวหาขอให้เป็นไปตามกระบวนการ สังคมจะได้ทราบข้อเท็จจริงใครผิดใครถูก

