สุนทรภู่ ถูกกล่าวร้ายป้ายสีให้เป็นที่รู้อย่างเหลวไหล ว่า “อาลักษณ์ขึ้เมา เจ้าชู้ อยู่อย่างไพร่ ไร้เคหา”
แท้จริงแล้ว สุนทรภู่ เรียนรู้เท่าทันโลก เกิดวังหลัง เป็น “ผู้ดี” เมืองบางกอก ไม่ได้เกิดเมืองแกลง และไม่อยากไปเมืองแกลง เพราะลำบากตรากตรำ
แต่คนทั่วไปไม่รู้จัก และไม่ใคร่ครวญครุ่นคิดพิจารณาให้เที่ยงธรรม
บิดาสุนทรภู่ บวชล้างกรรม
บิดาสุนทรภู่เป็นทหารนักรบในกรมพระราชวังหลัง ได้ออกสงครามสำคัญคราวศึกเก้าทัพ เมื่อต้นแผ่นดิน ร.1 พ.ศ. 2328 (ก่อนสุนทรภู่เกิด 1 ปี) รบราฆ่าฟันข้าศึกจำนวนมาก ต้องบวชล้างกรรมตามประเพณีหลังเสร็จศึก
การบวชของบิดาสุนทรภู่เกี่ยวกับราชการ (ไม่ทางตรงก็ทางออ้อม) อยู่ในรัฐสมัยนั้นตลอดเวลา และอาจได้รับมอบหมายภารกิจอย่างใดอย่างหนึ่งจากรัฐด้วย
ฉะนั้น การบวชของบิดาสุนทรภู่จึงไม่เกี่ยวกับการหย่าร้าง และไม่ได้หย่าร้างกับมารดาสุนทรภู่
เมื่อสุนทรภู่แต่งนิราศเมืองแกลงมีความวรรคหนึ่งว่า “แม้เจ้านายท่านไม่ใช้แล้วไม่มา”
แสดงว่าสุนทรภู่ไปเมืองแกลงตามรับสั่งทางราชการ (ลับ) ของกรมพระราชวังหลัง ไม่ใช่งานส่วนตัว และไม่ใช่ไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมบิดา ถ้าให้ไปเอง ก็ไม่ไป ไม่อยากไป
นิราศเมืองแกลง ของสุนทรภู่ เป็นนิราศเรื่องแรก (เท่าที่พบหลักฐาน) แต่ง พ.ศ. 2349 เมื่ออายุราว 20 ปี อยู่ในแผ่นดิน ร.1
(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม เรื่องการบวชของบิดาสุนทรภู่ และปีแต่งนิราศเมืองแกลง โดย ล้อม เพ็งแก้ว พิมพ์ครั้งแรกในศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2545 แล้วรวมอยู่ในหนังสือสุนทรภู่ : อาลักษณ์เจ้าจักรวาล สำนักพิมพ์มติชน 2547)
แกลง
เมืองแกลง (อ. แกลง จ. ระยอง) หมายถึงเมืองที่มีนามว่าแกลง
แต่ แกลง หมายถึงอะไร? ยังไม่พบคำอธิบายตรงๆ เพราะคำนี้มีปัญหาต้องศึกษาอีกมาก เช่น แกลงเป็นเสียงตรงของรากคำหรือเพี้ยนจากคำอื่น เช่น แคลง, แครง ฯลฯ แล้วคำเหล่านี้มีรากจากตระกูลภาษาอะไร? ไทย-ลาว, มอญ-เขมร, หรือชวา-มลายู?
แคลง แปลว่า ว่าว เป็นภาษาเขมร มีในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก ของ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ (กุ้ง) ว่า พิธีแคลง หมายถึงพิธีชักว่าวขอลมในเดือนอ้าย ดังนี้
๏ เดือนอ้ายผายกรุงท้าว พิธีว่าวกล่าวกลแสดง
เดือนนี้พิธีแคลง กลุ้มท้องฟ้าคลาอรไกล๏ มฤคเศียรดลมาศกล้า ลมแรง
ว่าวหง่าวพิธีแสดง แหล่งหล้า
เรียกชื่อพิธีแคลง โดยที่
สาวส่งขึ้นลอยฟ้า ร่ายร้องคนึงสาว
แครง แปลว่า หงอน, ง่าม, งา, เขา, เชิง, ชาย ฯลฯ เป็นภาษามอญ สะกด คฺรงฺ อ่านว่า แกฺร้ง (ดูใน พจนานุกรมมอญ-ไทย ฉบับพระยาอนุมานราชธน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2531) มีคำใกล้เคียง เช่น เคฺลงฺ อ่านว่า เกฺลียง แปลว่า หาบ (เช่น หาบของ) ฯลฯ
มีประโยคตัวอย่างอยู่ในพงศาวดารมอญพม่า (ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 1) “ในภูเขาแครงนาค คือภูเขาหงอนนาคนั้น มีพระฤๅษีองค์หนึ่งชื่อโลมดาบสอาศัยอยู่…”
อีกความหมายหนึ่งว่า เชิง หรือชายสิ่งต่างๆ เช่น เชิงตะพาบน้ำ เรียก เชิงแครง, ผ้าห้อยหน้าตัวละคร เรียก ชายแครง ฯลฯ แล้วมีหอยชนิดหนึ่งเรียก หอยแครง
แกลง ในภาษาชอง (คนพื้นเมืองดั้งเดิม) บริเวณฝั่งทะเลตะวันออกและมีในเขมรกับเวียดนาม) มีผู้บอกว่า หมายถึง ปลาดุก, แหวน ฯลฯ แต่ไม่พบหลักฐานยืนยันมั่นคง ยังเป็นเพียงคำบอกเล่าสืบมา (ประวัติศาสตร์เมืองระยอง โดย เฉลียว ราชบุรี พิมพ์ครั้งแรก 2549)
สุนทรภู่ เกิดวังหลัง “ผู้ดี” เมืองบางกอก
สุนทรภู่เป็นกระฎุมพี ผู้ดีมีตระกูลชาวบางกอก เกิดในวังหลัง (ปากคลองบางกอกน้อย) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2329 ยุคต้นแผ่นดิน ร.1
เมื่อเติบโตขึ้นเข้ารับราชการในวังหลวง เป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิตประจำราชสำนัก ร.2
ต่อมาได้ออกบวชใน ร.3 อยู่วัดเทพธิดาราม นานถึง 18 ปี (พ.ศ. 2367-85 อายุ 38-56 ปี)
แล้วลาสึกมารับราชการในวังหน้ากับพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ (แต่อาศัยอยู่พระราชวังเดิม ธนบุรี) จนถึงแก่กรรมใน ร.4 เมื่อ พ.ศ. 2398 อายุ 69 ปี
สุนทรภู่มีบรรพชนเป็นพราหมณ์ บรรพชนท่านสุนทรภู่ย่อมใกล้ชิดอยู่กับข้าราชการและพระราชวงศ์ เพราะพราหมณ์มีหน้าที่เป็นเจ้าพิธีและอบรมสั่งสอนศิลปศาสตร์ต่างๆ แก่บรรดาเหล่าผู้ดีในบ้านเมือง
กรมพระราชวังหลังเป็นพระเจ้าหลานเธอในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ประสูติในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศครั้งกรุงศรีอยุธยา เข้ารับราชการใกล้ชิดสมด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บรรพชนของท่านสุนทรภู่จะได้ฝากฝังตัวเป็นข้ารับใช้ในกรมพระราชวังหลัง
การที่ท่านสุนทรภู่มีแม่เป็นพระนม และใช้ชีวิตวัยรุ่นวัยหนุ่มอยู่ในวังหลัง น่าจะเป็นหลักฐานอย่างเพียงพอให้ฟันธงไปได้ว่าสุนทรภู่เกิดที่วังหลังอย่างแน่นอน
(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม เรื่องการบวชของบิดาสุนทรภู่ และปีแต่งนิราศเมืองแกลง โดย ล้อม เพ็งแก้ว พิมพ์ครั้งแรกในศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2545 แล้วรวมอยู่ในหนังสือสุนทรภู่ : อาลักษณ์เจ้าจักรวาล สำนักพิมพ์มติชน 2547)

