วันที่ 27 มิถุนายน นางสำรอง โมบุตรศรี อายุ 57 ปี ชาวบ้านยางอู้ม ต.ยางอู้ม อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เป็นวิถีของชาวบ้าน ที่พอฝนตกลงมาก็ต่างดีใจ จะได้มีน้ำทำนา และลดความร้อนของอากาศลง โดยเฉพาะมีน้ำขังตามท้องไร่ท้องนา มีอาหารตามธรรมชาติเกิดขึ้น ทั้งที่เกิดในป่าและตามท้องนา เกิดในป่าก็คือเห็ดและพืชผักต่างๆ ตามท้องนาก็คือ กบ เขียด ปู ปลา แมลงต่างๆ ซึ่งชาวบ้านก็จะพากันออกหาจับไปประกอบอาหารกินในครัวเรือน
นางสำรองกล่าวว่า เนื่องจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นติดต่อกันมา 2-3 ปี ประกอบกับมีการใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมีในการทำการเกษตร เช่น ปลูกข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ที่เป็นสาเหตุทำให้สัตว์น้ำตายไป และเริ่มจะสูญพันธุ์ไปเรื่อยๆ ทำให้หาจับได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเป็นวิถีของชาวบ้านที่สืบสานมาแต่ไหนแต่ไร พอฝนตกมามีน้ำขังตามท้องนา ก็นำอุปกรณ์ที่ใช้ในการจับที่เรียกว่า “สวิง” ออกหาจับ เพื่อได้อาหารตามธรรมชาติไปทำกินในครัวเรือน ซึ่งสัตว์ที่จับได้มีปูนา แมงระงำ แมงตับเต่า ถึงแม้จะได้ไม่มาก ก็เอาไปประกอบอาหาร ประเภท ต้ม แกง รวมกับพืชผักพื้นบ้านอื่นๆ ก็กินอิ่มในครัวเรือน ลดรายจ่ายจากที่ซื้ออาหารตามท้องตลาดในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี

ขณะพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ มีฝนตกทั่วบริเวณทั้ง 18 อำเภอ โดยอ.สมเด็จ และอ.ยางตลาด มีปริมาณฝนตกมากที่สุดถึง 80 มิลลิเมตร ส่งผลดีกับเขื่อนลำปาวให้มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นโดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำทั้งหมดที่ 430 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 22 ระดับน้ำใช้การที่ ร้อยละ 17 หรือ 330 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้นกว่าช่วงต้นเดือนที่ผ่านที่เหลือน้ำเพียง 12 % ของความจุอ่าง

