หน้าแรก Uncategorized โลกสองวัย : ร...

โลกสองวัย : รำลึก ‘สุนทรภู่’ ครูฉัน

27.06.16 | 15:00 น.

ผ่านวัน “สุนทรภู่” ไปเมื่อวานนี้ 26 มิถุนายน ถามว่า “สุนทรภู่” เกิดเมื่อไหร่ ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) จำมาตั้งแต่เด็กแล้วว่า “สุนทรภู่ ครูฉัน เกิดวันจันทร์ ปีม้า 26 มิถุนา เมื่อเวลา 8 น.” ไม่ทราบเท็จจริงอย่างไร โปรดหาคำตอบที่ อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว ผู้ชำนาญงานเรื่อง “สุนทรภู่”

สัปดาห์ก่อนมีรายการอภิปรายถึง “สุนทรภู่” สองรายการ ที่มติชนอคาเดมี สำนักศิลปวัฒนธรรมผู้จัด ผู้อภิปรายคือ ศาสตราจารย์ ภิชานล้อม เพ็งแก้ว กับ บุญเตือน ศรีวรพจน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมศิลปากร เรื่อง สุนทรภู่ : อาลักษณ์เจ้าจักรวาล กับตำนาน “นักเลงกลอน” เนื้อหาสาระคงนำลงตีพิมพ์ในมติชนรายวันไปแล้ว

อีกรายการหนึ่ง เป็นของศูนย์หนังสือจุฬาฯ กับสำนักพิมพ์นัดพบ วันเวลาเดียวกันที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ อาคารจามจุรีสแควร์ เป็นรายการเสวนาเปิดตัวหนังสือ “นิยายรักสุนทรภู่” รักแท้ดุจความฝันของมหากวีแห่งสยาม บุคคลสำคัญของโลกที่ UNESCO ประกาศยกย่อง

รายการหลังเพื่อน้อมรำลึก “สุนทรภู่” อัจฉริยบุรุษยอดกวีเอกแห่งสยามประเทศ ขณะที่ “นิยายรักสุนทรภู่” เป็นนวนิยายเรื่องแรกที่รังสรรค์อัตชีวประวัติสุนทรภู่ หรือพระสุนทรโวหาร (ภู่) ในบทบาทพระเอกผู้มีเสน่ห์มากด้วยปัญญาและโวหารอันไพเราะลึกซึ้ง

เนื้อหาสาระจะเป็นอย่างไร ผู้ที่ฟังในวันนั้น จากรองศาสตราจารย์คึกเดช กันตามระ คุณก้องภพ รื่นศิริ ศาสตราจารย์ ดร.ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต (ประธานมูลนิธิสุนทรภู่) ว่าไปหมดแล้ว น่าจะจัดพิมพ์เป็นหมายเหตุเล่มกะทัดรัดขึ้นมาจำหน่ายคู่กับ “นิยายรักสุนทรภู่” นะครับ

Advertisement

หนังสือเล่มนี้มีจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ราคาเท่าใดไม่ได้แจ้ง อยากรู้สอบถามไปที่

สุปราณี มุขจั่น ประชาสัมพันธ์ศูนย์หนังสือจุฬาฯ โทรศัพท์ 0-2218-9893-5

โทรสาร 0-2255-4441 หรือ www.chulabook.com

หนังสือที่ “สุนทรภู่” เขียน มีจำหน่ายที่ศึกษาภัณฑ์ทุกสาขา อาทิ พระอภัยมณี จันทโครพ พระลักษณวงศ์ ซึ่งว่ากันอย่างย่นย่อ นักประวัติศาสตร์ว่าท่านเป็น “มหากวีกระฎุมพี” แต่ท่านถือตัวว่าเป็น “สุนทราอาลักษณ์เจ้าจักรวาล” ขณะที่บางครั้งสิ้นวาสนา กลายเป็น “นักเลงกลอนนอนฝันเป็นสันดาน”

แม้เมื่อยามรุ่งเรือง “เคยหมอบใกล้ได้กลิ่นสุคนธ์ตลบ ละอองอบรสรื่นชื่นนาสา”

เมื่อยามตกต่ำ “สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธา วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์”

สาเหตุหนึ่งคือถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา โอ้บาปกรรมน้ำนรกเชียวอกเรา ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย”

ขณะที่ “ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก” เป็นเหตุให้รำพันพิลาปถึงดอกฟ้าที่มนุษย์ธรรมดาไม่กล้าฝัน

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน มีการจัดรำลึกถึงจากบรรดา “นักกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ” พากันลุกขึ้นมารำลึกถึงบทกลอนของท่าน และค้นคว้าเรื่องราวมาบรรยายให้น้องหนูได้ทราบถึงทั้งประวัติและผลงานมากมาย

หลายคนที่เคยเรียนพระอภัยมณี ยังจำตอนที่ “เสียงระฆังหงั่งเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต”

เป็นบทกวีกลอนแปดแบบสุนทรภู่ที่รวดเร็ว ปราดเปรียวและรู้เรื่องทันที ไม่เยิ่นเย้อ

รูปแบบคำกลอนของ “สุนทรภู่” ยังคงยืนยงมาถึงทุกวันนี้ให้รุ่นหลังน้องหนูทั้งหลายที่ชื่นชมชื่นชอบลีลาบทกลอนท่านกวีสุนทรภู่ได้ลอกเลียนเขียนอ่าน แต่งเป็นบทกวีเรื่องราวแล้วแต่ว่าจะมุ่งเน้นไปในเรื่องใด

ในอดีตที่ผ่านมาถึงวันนี้ นักกลอนรุ่นก่อนยังคงจำผู้ที่ชมชอบ “สุนทรภู่” และขึ้นชื่อว่าเขียนกลอนแปดได้ลึกซึ้ง อาทิ สุรพล สุมนนัฎ ชรัมภ์ ขำศิริ ทวีสุข ทองถาวร ดวงใจ รวิปรีชา ศิริพงษ์ จันทน์หอม

แม้ที่ยังคงอยู่ทุกวันนี้ เช่น ประยอม ซองทอง หม่อมราชวงศ์อรฉัตร (ศุขสวัสดิ) ซองทอง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นิภา บางยี่ขัน นภาลัย (ฤกษ์ชนะ) สุวรรณธาดา เป็นต้น