หน้าแรก Uncategorized ดาว์พงษ์ เตือ...

ดาว์พงษ์ เตือน สุเทพ-จตุพร ระวังโต้กันปมคสช.ให้เรียนฟรี-กกต.ชวนคนใช้สิทธิ์เยอะๆ

27.06.16 | 14:34 น.

“กกต.” ร่วมมือ”ศธ.”จัดกิจกรรมรณรงค์ออกเสียงประชามติ พร้อมแจกคู่มือส่งต่อไปยัง”นร.” สำรวจความพร้อมคนในครอบครัว-ชุมชน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 มิถุนายน ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วยนายประวิช รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมชี้แจงแนวทางการร่วมมือในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติให้กับศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด ผู้อำนวยการเขตการศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกเขตทั่วประเทศ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด รวม 350 คน

ทั้งนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า การปลูกฝังประชาธิปไตยแก่เด็กๆ เป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องสอนเด็กให้แยกแยะเป็นว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงคืออะไร ไม่ใช่ประชาธิปไตยปลอม ไม่เช่นนั้นก็จะพูดแต่คำว่าประชาธิปไตยเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ดังนั้นการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ มีความสำคัญ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะช่วยประชาสัมพันธ์ รณรงค์ ให้คนมาใช้สิทธิออกเสียง วันนี้หนักใจแทนกกต. เพราะเปอร์เซ็นต์ของคนที่จะมาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปมีหัวคะแนน แต่ครั้งนี้ไม่มีอะไรมากระตุ้น ดังนั้นจะต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่าการออกเสียงประชามติมีความสำคัญอย่างไร และเห็นว่าการออกความเห็นโดยส่วนตัวบนเนื้อหาข้อเท็จจริง ไม่เป็นเท็จ ถือว่าไม่ผิด ทั้งนี้ กระทรวงศึกษามีบุคลากรกว่า 8 แสนคน ซึ่งมีนโยบายให้ข้าราชการของกระทรวงออกไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติ แต่ถ้าไม่ไปก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ตนจะจำไว้ในใจ รวมถึงทำความเข้าใจกับคนในกระทรวงว่าร่างรัฐธรรมนูญมีเนื้อหาอย่างไร โดยใช้ข้อมูลของกรธ.ส่วนจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้เป็นวิจารณญาณของแต่ละคน แต่ขออย่าใช้ฟิลลิ่งหรือความรู้สึกในการออกเสียง ขอให้ใช้ข้อเท็จจริงแทน

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่กำลังถกเถียงอยู่ในเฟซบุ๊กของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เรื่องการศึกษาและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียนฟรี 15 ปี นั้น สิ่งที่บุคคลทั้งสองโต้กันทำได้หรือไม่ ก็ต้องระวัง เพราะมีโทษจำคุกถึงสิบปี ซึ่งส่วนตัวอยู่ในเหตุการณ์ตอนคสช.ร่างคำสั่งตามมาตรา44 นี้ โดยได้เชิญคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมาพูดคุยด้วย ยืนยันการใช้มาตรา 44 ของคสช.เรื่องดังกล่าวเป็นไปด้วยความรอบคอบและไม่ขัดต่อบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญที่กรธ.ร่างขึ้น

ด้านนายประวิช กล่าวว่า เหลือเวลาอีก 42 วัน ก็จะถึงวันออกเสียงประชามติ ซึ่งกกต.ต้องการให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด โดยตั้งเป้าไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ แม้จะรู้ดีว่าทำได้ยาก แต่ กกต.รับไม่ได้กับตัวเลขคนใช้สิทธิ 57 เปอร์เซ็นต์เมื่อปี 2550 นอกจากนั้นก็คิดว่าการที่เราจะใช้งบประมาณ 2,700 ล้านบาทในการทำประชามติ ควรให้คนไทยทุกคนมีส่วนร่วม ใช่แค่คนที่มีสิทธิออกเสียงเท่านั้น และที่สำคัญควรให้เด็กกว่า 11 ล้านคน ทั่วประเทศได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตย และมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิโดยไม่มีการแอบแฝงใดๆ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ดีในการปลูกฝังประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการมอบนโยบาย นายประวิช ได้เป็นตัวแทน สำนักงานกกต.มอบ คู่มือครู และคู่มือนักเรียน ให้แก่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เพื่อส่งต่อไปยังครูและเด็กในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป โดยเป็นที่น่าสนใจว่าเนื้อหาในคู่มือนักเรียนนั้น มีการอธิบายขั้นตอนและกฎหมายเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ กำหนดกิจกรรมรายสัปดาห์จำนวน 6 สัปดาห์ ซึ่งนอกจากจะให้เด็กทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำประชามติแล้ว ยังให้มีการสำรวจในครอบครัว และชุมชน ว่ามีความพร้อมที่จะออกไปใช้สิทธิหรือไม่ นอกจากนั้นยังให้เด็กทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์ในวันออกเสียงประชามติ และการนับคะแนนอีกด้วย

Advertisement