การเจอกันระหว่าง ไอซ์แลนด์ กับ อังกฤษ ในรอบ 16 ทีมของยูโร 2016 ไม่ต่างกับการที่ลูกศิษย์ต้องลงแข่งขันกันเอง เพราะชาวไอซ์แลนด์คลั่งไคล้ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษมาแต่ไหนแต่ไร
ประวัติศาสตร์ของลีกไอซ์แลนด์กว่า 100 มีทีมวนเวียนกันคว้าแชมป์เพียง 11 สโมสร ขณะที่ฟุตบอลอังกฤษมีมาแล้ว 127 ปี พัฒนาไปไกลกว่าของไอซ์แลนด์อย่างมาก มากเสียจนเทียบกันไม่ติด นักเตะ 23 คนของทีมสิงโตคำรามเล่นในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ทั้งหมด แต่นักเตะไอซ์แลนด์ชุดสู้ศึกยูโรครั้งนี้ไม่มีใครเล่นลีกในประเทศเลย
ไฮเมียร์ ฮัลกริมส์สัน กุนซือของทีมจากดินแดนแสงเหนือบอกว่า ในขณะที่อังกฤษแทบจะไม่รู้จักนักเตะไอซ์แลนด์เลย แต่ทัพไอซ์แลนด์กลับรู้จักฟุตบอลอังกฤษอย่างลึกซึ้ง และนี่เป็นข้อได้เปรียบ โดยใน 10 ปีที่ผ่านมา อังกฤษชนะในรอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลทัวร์นาเมนต์อย่างยูโรและฟุตบอลโลกได้เพียงแมตช์เดียว คือ ชนะ เอกวาดอร์ ในรอบ 16 ทีมฟุตบอลโลก 2006
ไอดูร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น อดีตกองหน้าชื่อดังของ เชลซี และ โบลตัน ในพรีเมียร์ลีก ที่ยังคงอยู่ในทีมชาติชุดนี้ ยอมรับว่าการเจอกับอังกฤษเป็นเรื่องพิเศษ เพราะฟุตบอลอังกฤษมีอิทธิพลกับคนไอซ์แลนด์อย่างมาก คนส่วนใหญ่เติบโตมาด้วยการดูพรีเมียร์ลีกและมีสโมสรที่ตามเชียร์กันทั้งนั้น ทำให้รู้สึกถึงความผูกพันกันในเรื่องของฟุตบอลระหว่างสองชาติ
“อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกฟุตบอล พวกเรารู้ดีว่าเราเป็นรองอังกฤษ แต่เราจะทำให้เห็นว่าทำไมไอซ์แลนด์มาถึงจุดนี้ เรามากันได้อย่างไร และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ยังอยู่ในยูโร 2016 ต่อไปให้ได้ แฟร้งก์ แลมพาร์ด (อดีตเพื่อนร่วมทีมเชลซีและอดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษ) ส่งข้อความมาหาผม เขาค่อนข้างขำที่สองทีมต้องมาเจอกัน ส่วนตัวผมกลัวว่าอังกฤษจะคืนฟอร์มเก่งได้ในนัดนี้ด้วย” กุ๊ดยอห์นเซ่นเปิดใจ
อารอน กุนนาร์สสัน กัปตันทีมที่คลั่งไคล้ในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างมาก เปิดใจว่า “นี่เหมือนเป็นเทพนิยายของชาวไอซ์แลนด์เลยทีเดียว ผมเป็นแฟนแมนฯยู ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ดีครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้เล่นตรงข้ามกับนักเตะจากสโมสรแห่งนี้”
นอกจากนั้นนักเตะหลายๆ คนก็รอคอยที่จะแลกเสื้อหลังจบเกมกับซุปเปอร์สตาร์จากพรีเมียร์ลีก เพื่อเก็บความทรงจำอันสุดยอดนี้เอาไว้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกเขาจะหลงรักฟุตบอลอังกฤษขนาดไหน แต่หน้าที่ที่กำลังทำ คือ การคว้าชัยชนะเพื่อชาติและยืดเวลาในการลงเล่นยูโร 2016 ให้นานเท่าที่จะนานได้ หรือถ้าฝันไกลกว่านั้น หวังจะหอบแชมป์กลับบ้านอย่างยิ่งใหญ่
กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน สตาร์ของทีมที่เล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีกกับ สวอนซี ส่งสัญญาณเตือนเพื่อนร่วมลีกที่จะเจอกันในไม่กี่อึดใจข้างหน้าว่า ไอซ์แลนด์ไม่มีความกดดันอะไร เพราะอังกฤษเป็นทีมที่ดีกว่า แต่ถ้าสิงโตคำรามแพ้ในนัดนี้ ก็จะเป็นข่าวใหญ่แน่นอน อย่างไรก็ตามอังกฤษก็เป็นทีมที่ดีมาก และผ่านเข้ารอบมาได้แม้ว่าจะไม่ได้เล่นได้ดีอย่างที่หลายคนคาดหวังก็ตาม ไอซ์แลนด์คงต้องตั้งรับตลอดทั้งเกม และจะแสดงให้เห็นว่าทีมเล็กๆ ทีมนี้ทำมันได้ดี
ในขณะที่นักเตะไอซ์แลนด์ตื่นเต้นกับการจะได้ปะทะแข้งนักเตะชื่อดังในสนาม แต่ทัพซุปเปอร์สตาร์สิงโตคำรามก็ทำการบ้านอย่างหนักเพื่อที่จะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายให้ได้เช่นกัน
ไอซ์แลนด์เคยลงเตะกับอังกฤษมาสองครั้ง ล่าสุดเมื่อปี 2004 เป็นฟุตบอลอุ่นเครื่อง 3 เส้าก่อนศึกยูโร 2004 ครั้งนั้นอังกฤษถล่ม 6-1 และถ้าย้อนไปครั้งแรกเมื่อปี 1982 แมตช์กระชับมิตรครั้งนั้น เกมจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ผู้ยิงประตูให้ไอซ์แลนด์ คือ อาร์นอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น พ่อของไอดูร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น นั่นเอง
ไอซ์แลนด์จะทำให้แมตช์ในฝันของตัวเองเป็นฝันร้ายของสิงโตคำรามได้หรือไม่ อีกไม่กี่อึดใจคงรู้กัน


