นายกฯ ลั่นไม่เห็นด้วยโกง บาทเดียวก็ไม่เอา บอกอย่าฟ้องส่งเดชรกศาล
เมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “สานพลัง SMEs พลิกฟื้นยืนได้ ใส่ใจผู้ประกอบการ” และมอบนโยบายแก่สถาบันการเงินและผู้ประกอบการ SMEs ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กฎหมายการเวนคืนต้องให้คนที่อยู่ตรงนั้นได้ประโยชน์ การประกอบการใดก็ตามที่รัฐบาลต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้า ขยะ พลังงานที่เรายังทำไม่ได้ เพราะประชาชนยังไม่ยอม ตนจะปรับงบประมาณทั้งหมดให้กระทรวงมหาดไทย ให้ท้องถิ่นเป็นคนทำ ถ้าทำไม่ได้ก็อยู่ตรงนั้น เพราะเขาไม่รู้ เขาไม่ไว้ใจถ้าให้ไปแล้วทำไม่ได้ก็ต้องอยู่อย่างนั้น จะเอาภาระไปให้คนอื่นไม่ได้ แต่จะต้องรับภาระคนอื่นมาเพื่อให้เกิดรายได้แก่ท่าน อยากให้มีโรงงานไฟฟ้า อยากมีโรงงานขยะ แต่ไม่ให้อยู่ในพื้นที่ตัวเอง แล้วจะไปอยู่ตรงไหน ไปไม่ได้หรอกประเทศไทยติดอยู่แค่นี้
“ผมไม่เห็นด้วยกับการทุจริต บาทเดียวก็ไม่เห็นด้วย ให้กระทรวงยุติธรรมไปว่ามา ถ้ามาพูดโดยใช้ความรู้สึก ใช้อารมณ์ พูดด้วยความเกลียดชังทำไม่ได้ ต้องเอากฎหมายมาว่ากัน ช่องทางการฟ้องร้องทำอย่างไร มีใครกล้าบ้างไหม ถ้ากล้าก็ออกมา อย่ามาฟ้องส่งเดช เรื่อยเปื่อยรกศาล เรื่องบางเรื่องฟ้องกันอยู่นั้น แต่พอตัวเองทำผิดไม่เห็นฟ้องตัวเอง ถ้าไม่ฟ้องตนจะฟ้องให้ ที่ทำผิดไปแล้วมีอีกเยอะ” นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีคนถามว่ามีทหารไว้ทำไม ทั้งยังแนะนำว่าหากต้องการให้ประชาชนรักมากๆ ควรเอาทหารไปขุดลอกคูคลอง ซึ่งตนเห็นว่าไม่ใช่ แต่เรายืนยันจะเดินตามโรดแมป โดยได้วางยุทธศาสตร์ชาติไว้ในทุกๆ 5 ปี เพื่อเดินหน้าไปสู่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยยุทธศาสตร์นี้ ไม่ถือเป็นนการสกัดกั้นนักการเมือง อย่างที่มีการกล่าวอ้าง แต่เป็นการปฏิรูป และรัฐบาลไม่สามารถควบคุมความคิดของคนได้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องการออกเสียงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งบางคนบอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจ นั่นก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน และในฐานะนายกฯก็มีทางออกเรื่องนี้อยู่แล้ว
“วันนี้มีการปล่อยข่าวว่าหากรัฐธรรมนูญผ่าน คนจะถูกคัดสิทธิ์เรียนฟรี 15 ปี ถามว่าจริงหรือไม่ เพราะ คสช.ได้ออกประกาศมาตรา 44 ไปแล้ว ยังจะมาโกหกอีก และยังบิดเบือนว่าจะยกเลิกสิทธิบัตรทอง ยกเลิกตรงไหน โกหกกันแบบนี้ อะไรที่ทำให้เยอะแยะไปหมด แต่จับผิดสิ่งที่ตัวเองไม่ทำ ผมไม่รู้ค้านเพื่ออะไร อยากให้อยู่ที่เดิมหรือไม่อยากให้ก้าวหน้า เพื่อจะได้ควบคุมแบบเดิมหรือไม่” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้เกิดปัญหาฝนตกแล้วรถติด เพราะท่อระบายน้ำมีขนาดเท่ารูหนู แต่หากจะทำอุโมงค์ก็ทะเลาะกันจะเป็นจะตาย ถ้าต้องการให้ทุกอย่างขึ้น ต้องรื้อหมดทั้งประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย นายกฯได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีปัญหาจากการทำธุรกิจเอสเอ็มอีได้ร้องเรียน โดยมีผู้ประกอบการร้องเรียนโดยตรงกับนายกฯหลากหลาย เช่น แนะนำให้รัฐบาลลดดอกเบี้ยเงินกู้ ปัญหาไม่ได้รับเงินเยียวยาจากเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 รวมถึงต้องการให้ช่วยแก้ปัญหาหนี้สิน โดยนายกฯมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปพิจารณา
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่ง ระหว่างรับฟังเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการว่า “รัฐบาลพร้อมรับเรื่องร้องเรียนแต่จะมาตรวจสอบผม คงไม่ได้ ต้องรอตรวจสอบกับรัฐบาลหน้า ขอคนที่เดือดร้อน ต้องการให้รัฐบาลช่วย ไม่ใช่มาจับผิดผม”

