นายสมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต.กลางเดือนกรกฎาคม 2559 จะมีการพิจารณากรณีเพิ่มโทษผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่ใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น โดยโทษสูงสุดจะห้ามไม่ให้ผู้บริหารดำรงตำแหน่งด้านบริหารไม่เกิน 10 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ ก.ล.ต.ได้จัดสัมมนาให้ความรู้ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน ชี้ให้เห็นว่าสิ่งใดไม่ควรทำ เช่น การไม่ใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น การไม่เปิดเผยข้อมูลภายใน ซึ่งต้องติดตามว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ทันทีหรือไม่
สำหรับแนวปฏิบัติในการจัดการข้อมูลลับที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ 5 ข้อ คือ 1.บริษัทควรจัดให้มีระบบควบคุมภายในเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลลับ 2.บริษัทควรเก็บรักษารายชื่อบุคคลวงในที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อราคาซื้อขายหลักทรัพย์ และยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์
3.บริษัทควรดำเนินการให้มั่นใจว่ากรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมความลับตระหนักถึงหน้าที่ของตัวเองในการปฏิบัติต่อข้อมูลลับ 4.บริษัทควรมีข้อตกลงในการรักษาความลับกับที่ปรึกษาและผู้ให้บริการอื่น และให้บุคคลดังกล่าวยืนยันว่ามีนโยบายและระบบที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นก่อนที่จะให้เข้าถึงข้อมูลลับ และ 5.กรณีที่ทำธุรกรรมลับนั้น จำเป็นต้องทดสอบความต้องการของตลาด เช่น การเพิ่มทุน การเสนอซื้อหลักทรัพย์ บริษัทควรเข้าใจกระบวนการการวางแผน และดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ และป้องกันการใช้ข้อมูลลับ

