วันที่ 27 มิถุนายน เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าในคดีที่นายเลิศชาย สุขประเสริฐสิน อายุ 43 ปี เจ้าของร้านคอมพิวเตอร์และรับติดตั้งซ่อมคอมพิวเตอร์ ถูกฆาตกรรมด้วยการมัดมือไพล่หลัง ขาถูกสายไฟมัดพร้อมกับมีถุงดำคลุมศีรษะไว้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยการมาติดตามความคืบหน้าในคดีครั้งนี้ก็มี พ.ต.อ.ทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร นำชี้จุดที่เกิดเหตุ ซึ่งหลังจากที่ตรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ก็ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าในคดี และการรายงานผลการตรวจพิสูจน์ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยังคงเหลือผลจากทางสถาบันนิติเวช เพื่อยืนยันการเสียชีวิตที่แท้จริง
พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับรายงานว่ามีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้น ตนจึงได้เดินทางมาตรวจติดตามความคืบหน้าในคดี โดยประเด็นการเสียชีวิตขณะนี้ยังไม่มุ่งไปที่เหตุใดเหตุหนึ่ง ยังคงต้องรอผลยืนยันการชันสูตรจากทางสถาบันนิติเวชก่อน
ด้าน พ.ต.อ.สุระพรรณ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกพยานมาสอบปากคำไปแล้ว 7 คน เป็นญาติพี่น้อง เพื่อน บุคคลใกล้ชิดและลูกค้ารายสุดท้ายที่ทางผู้เสียชีวิตได้ติดต่อไปให้มารับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่นำมาซ่อมไว้ ซึ่งแต่ละคนที่มาให้ปากคำ ล้วนแต่เป็นไปในทำนองเดียวกันคือ ระยะ 5 – 6 ปีที่ผ่านมา ผู้ตายตรวจพบว่าเป็นโรคเบาหวาน และมีโรคที่เกี่ยวกับดวงตา เริ่มเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยพูดอะไรกับใครมากนัก เมื่อกลับเข้าบ้านตอนกลางคืนก็จะเก็บตัวอยู่ในห้องท่องโลกอินเตอร์เน็ต และที่ชอบมากคือศึกษาเรื่องคอมพิวเตอร์ ผู้ตายไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร ไม่มีหนี้สินกับใคร มีแต่ปัญหาในระยะหลังที่เริ่มเก็บเงินค่าซ่อมคอมพิวเตอร์ไม่ค่อยได้เท่านั้น ส่วนสาเหตุการถูกฆาตกรรมก็ยังคงมุ่งไปที่เรื่องของการประสงค์ต่อชีวิต แต่ยังไม่ตัดประเด็นฆ่าชิงทรัพย์เนื่องจากมีทรัพย์สินบางอย่างที่หายไปและยังหาไม่เจออยู่
พ.ต.อ.สุระพรรณ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดนั้นก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนำกล้องที่พบทั้งในร้าน และจุดใกล้เคียงที่เกิดเหตุมาตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้ได้มาซึ่งร่องรอยของคนร้าย แต่กล้องวงจรปิดภายในร้านนั้น ปรากฎว่าได้ถูกถอดปลั๊กออกไปก่อนเกิดเหตุ และจุดที่พบศพผู้ตายก็เป็นมุมอับที่กล้องวงจรปิดจับไม่ถึง จึงไม่สามารถมองเห็นภาพได้ ส่วนกล้องวงจรปิดจากร้านใกล้เคียง ก็มองไม่เห็นคนเดินเข้าออกเลย ดังนั้นในขณะนี้จึงต้องเร่งไปตามภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ในระยะห่างออกไป และต้องรอผลพิสูจน์การเสียชีวิตที่แท้จริงจากทางสถาบันนิติเวช โดยให้มีการตรวจอย่างละเอียดรวมถึงยังได้มีการขอให้ตรวจพิสูจน์ในเรื่องโรคประจำตัวของผู้เสียชีวิตอีกด้วย
ขณะที่ พ.ต.ท.พงษ์ศิริ ก็ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ลงพื้นที่เกิดเหตุพร้อมอุปกรณ์การตรวจพิสูจน์ที่เกิดเหตุ เพื่อหาพิกัดของกล้องวงจรปิดจากร้านใกล้เคียงว่าสามารถมองเห็นมาถึงหน้าร้านที่เกิดเหตุได้ในระยะใกล้ไกลแค่ไหน และกล้องส่องไปในทิศทางใดบ้าง เพื่อหามุมอับของกล้องวงจรปิดที่อาจจะเป็นจุดบอดให้คนร้ายหลบมุมแล้วเดินเข้ามาก่อเหตุภายในร้านคอมพิวเตอร์ได้

