วันที่ 27 มิถุนายน 2559 ความคืบหน้ากรณีชุดพยัคฆ์ไพรร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรม รีสอร์ต บ้านพักหรูของกลุ่มนายทุน ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนชาติเขาโปกหล่นที่ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ พร้อมจ่อดำเนินคดีกับรีสอร์ต จำนวน 5 แห่ง ล่าสุดนายสมศักดิ์ ชวนชม หัวหน้าหน่วยป้องกันและรักษาป่าเพชรบูรณ์ที่ 2(เขาค้อ) แจ้งว่า หลังรวบรวมหลักฐานและตรวจเช็คค่าพิกัดที่ตั้งของรีสอร์ตและสำนักปฎิบัติธรรมจำนวน 5 แห่งในเขตหมู่ 6 บ้านดงหลง อ.เขาค้อ แล้วพบว่าอยู่ในเขตป่าและนอกแปลงสำรวจสิทธิทำกิน ทางเจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึดพร้อมสรุปหลักฐานเสร็จเรียบร้อย จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสภ.เขาค้อตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำของวานนี้(26 มิ.ย.) เพื่อให้ดำเนินคดีกับรีสอร์ตและสำนักปฏิบัติธรรมเหล่านี้ ส่วนที่ดินแปลงโครงการศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชศิวพร(ไร่สามตอ) อยู่ระหว่างรอเจ้าของที่ดินซึ่งอ้างว่ามีเอกสารการถือครองนำมาแสดง สำหรับในรายที่ดินแปลงศูนย์จำหน่ายอาหารและของที่ระลึกของนายบุญธรรม สอนบุญมา กำนันตำบลแคมป์สน ซึ่งชุดพยัคฆ์และคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและพบอยู่ในเขตป่าถาวร ซึ่งนายบุญธรรมแจ้งว่าที่ดินมี สค.1 จึงรอให้นำมาแสดงเช่นเดียวกัน

ด้านพ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชุด ชป.พิเศษ ศปป4.กอ.กอ.รมน. กล่าวว่า หากประเมินถึงการปฏิบัติงานถือว่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากข่าวรั่วทำให้การลงพื้นที่ไม่เป็นไปตามแผน โดยหลายแห่งมีผู้หลบหนีออกไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปถึงเป้าหมาย เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงค่อนข้างชัดเจนว่าคนในพื้นที่มีส่วนรู้เห็น ส่วนประเด็นการออกเอกสารสิทธิบริเวณรอบๆวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ก็ได้ข้อมูลชัดเจนขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่หาข่าวในทางลับมาก่อนหน้านี้แล้ว และเป็นเรื่องที่น่ายินดีซึ่งล่าสุดได้รับการประสานจากกรมอุทยานฯจะส่งชุดพญาเสือลงมาร่วมทำงานในพื้นที่ด้วย แต่จะเมื่อไหร่นั้นจะมีการประสานกันอีกที
พ.อ.พงษ์เพชตอบข้อซักถามถึงมติจังหวัดเรื่องข้อสรุปพื้นที่ลาดเอียง ที่นายกเทศมนตรีตำบลแคมป์สนนำมามอบให้ขณะเจ้าหน้าลงพื้นที่ตรวจสอบว่า เรื่องมติตรงนี้เจ้าหน้าที่มองว่าจะเอามาหักล้างระเบียบข้อกฎหมายการออกเอกสารสิทธิไม่ได้ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำเอกสารตัวนี้ไปประกอบการพิจารณาดำเนินการ เพราะต้องดูว่ามติดังกล่าวมีความถูกต้องตามขบวนการหรือไม่ และหากดูในพื้นที่ก็มีความชัดเจนว่าพื้นที่บางส่วนที่มีการออกเอกสารสิทธิ มีความลาดชันเกิน 35%

“ที่ดินรอบบริเวณวัดค่อนข้างชัดเจนว่ามีทั้งที่อยู่ในเขตป่าถาวรและนอกเขตป่าถาวร โดยที่ดินที่ที่อยู่ในเขตป่านั้นตรงนี้ผิดเงื่อนไขอยู่แล้วว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์หวงห้าม ห้ามออกเอกสารสิทธิซึ่งชัดเจนอยู่แต่พบว่ามี 10 กว่าแปลง ส่วนในกรณีที่อยู่นอกเขตป่าก็เป็นพื้นที่ลาดชันและเป็นภูเขาก็ไม่เข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดได้ซึ่งมีหลายแปลงที่เข้าข่ายเช่นกันซึ่งจะต้องดำเนินการต่อไป” พ.อ.พงษ์เพชร กล่าวและว่า ส่วนที่ดินแปลงไหนจะเป็นคนมีสี อดีตข้าราชการ อดีต นักการเมืองหรือแม้กระทั่งคหบดีชื่อดังเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือถือครองโดยไม่ถูกต้อง ทางเจ้าหน้าที่เราไม่สนหากพบมีการกระทำผิดระเบียบและข้อกฎหมาย ก็จะต้องถูกดำเนินการเช่นเดียวกัน

