นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงข่าวฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 (ตุลาคม 2558-พฤษภาคม 2559) ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 1,463,570 ล้านบาท ในขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจํานวนทั้งสิ้น 1,983,892 ล้านบาท รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 366,761 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2559 มีจํานวนทั้งสิ้น 184,148 ล้านบาท
“การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลในช่วง 8 เดือนแรกได้กว่า 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 8.4% ได้สะท้อนถึงบทบาทของรัฐบาลในการดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุลและมาตรการการใช้จ่ายของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ซึ่งสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา และคาดว่าการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามที่คาดไว้”นายกฤษฎา กล่าว
นายกฤษฎา กล่าวว่า ส่วนผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 จัดเก็บได้ 1,556,421 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 61,093 ล้านบาท หรือ 4.1% และสูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 13.4% โดยสาเหตุหลักมาจากการนำส่งรายได้จากการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 และ 1800 MHz (4G) จำนวน 48,242 ล้านบาท นอกจากนี้ การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจสูงกว่าประมาณการ 12,202 ล้านบาท และการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเบียร์ และภาษีสรรพสามิตรถยนต์สูงกว่าประมาณการ 7,351 6,947 และ 4,444 ล้านบาท โดยในเดือนพฤษภาคม 2559 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 307,782 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 10,217 ล้านบาท หรือต่ำ 3.2% แต่สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 37.1%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เงินคงคลังปรับลดลงกว่า 2 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2558 มีจํานวนทั้งสิ้น 386,497 ล้านบาท เป็นผลจากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ทำให้มีการใช้เงินมาก ส่วนการจัดเก็บรายได้เริ่มมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าโดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคม จึงทำให้เงินคงคลังลดต่ำลงมาก

