ผลกระทบจากการตัดสินใจโหวตให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป(อียู) ยังคงลุกลามไม่หยุด หลังจากสำนักจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดีส์ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจอังกฤษไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดอีก 2 สำนักจัดอันดับความน่าเชื่อถือเอสแอนด์พี และฟิทช์เรตติ้งพากันประกาศลดการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจอังกฤษแล้วเช่นกัน
เอสแอนด์พีได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือของอังกฤษจาก AAA ลงสองอันดับ โดยให้เหตุผลว่าภาพรวมของเศรษฐกิจในระยะยาวเป็นลบ เพราะผลการลงคะแนนดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะพัฒนาต่อและนำไปสู่การกำหนดกรอบนโยบายที่ยากจะคาดเดา ขาดความมั่นคง และด้อยประสิทธิภาพในอังกฤษได้ การโหวตออกจากอียูยังอาจนำไปสู่การถดถอยของเศรษฐกิจอังกฤษในภาพรวม อาทิ ภาคการเงินการธนาคารซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดการจ้างงานหลักของอังกฤษ
ด้านฟิชท์เรตติ้งได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง 1 อันดับ จาก AA+ เป็น AA ด้วยเหตุผลเดียวกันคือภาพรวมของเศรษฐกิจติดลบ ทั้งยังปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษลงเหลือ 0.9% ในปี 2560-2561 จากเดิมที่ 2% พร้อมกับระบุว่าเชื่อว่าจะเกิดความไม่แน่นอนขึ้นตามมาซึ่งจะทำให้จีดีพีของเศรษฐกิจอังกฤษในระยะสั้นอาจหดตัวลงทันที
สำนักการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้ง 2 แห่งยังคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของความเสี่ยงที่สกอตแลนด์จะจัดให้มีการลงประชามติเพื่อแยกตัวออกจากอังกฤษรอบสองในอนาคต เพราะผู้ลงคะแนนส่วนใหญ่ในสกอตแลนด์สนับสนุนให้อังกฤษอยู่กับอียูต่อไป นอกจากนี้อังกฤษยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นหลังการลาออกของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน และความขัดแย้งภายในพรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านอีกด้วย

