แทรนดาร์ฯ เผยโฉมนวัตกรรมอะคูสติก “อีโคโฟน”จากสวีเดน ชูแนวคิด “Hygiene Acoustic Ceiling” เป็นมิตรกับคนทำงานและการอยู่อาศัย จับมือ “อีโคโฟน” จากสวีเดน พร้อมบุกตลาดวัสดุแผ่นฝ้าดูดซับเสียงพรีเมียม ชูแนวคิด “Hygiene Acoustic Ceiling” เป็นมิตรกับคนทำงานและการอยู่อาศัย เผยแนวโน้มการออกแบบออฟฟิศและอาคารสูงที่เน้นการเป็นมิตรกับผู้อยู่อาศัยและคนทำงานมากขึ้นจากปัญหาสุขภาพ หรือ Indoor of Builder Syndrome โชว์ออฟฟิศบิวดิ้งโครงการล่าสุด M Tower ที่ใช้อะคูสติกอีโคโฟนทั้งอาคารรวมพื้นที่ 10,000 ตรม. ด้วยประสิทธิภาพทั้งการดูดซับเสียง ผสานความเป็นไฮยีนที่ถูกสุขลักษณะและปลอดภัยสำหรับผู้อยู่อาศัย
นายกฤษดา สาธุกิจชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แทรนดาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำด้านวิจัย ออกแบบ ทดสอบ และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อะคูสติก (Acoustic) สำหรับโครงการชั้นนำในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2531 เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบผนังฝ้าและเพดานอะคูสติกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูดซับเสียงภายในอาคาร โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบ และติดตั้งผลิตภัณฑ์อะคูสติกคุณภาพสูงจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการบริการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์แผ่นฝ้าอะคูสติกดูดซับเสียงของบริษัทฯ มีความหลากหลายและตอบสนองทุกความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า
นอกจากนี้ จากข้อมูลของสถาบันวิชาการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของสหรัฐอเมริกา พบว่า คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ในอาคารมากกว่า 90% มลพิษภายในอาคารมีค่าสูงกว่าภายนอกอาคารถึง 100 เท่า และ 2 ใน 3 ของประชากรในประเทศไทยมีโอกาสที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และโรคหอบหืด โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะมลพิษภายในอาคารคือ วัสดุที่ใช้ตกแต่งสำหรับในอาคาร โดยเฉพาะวัสดุที่ใช้ทำฝ้าเพดาน เพราะติดตั้งในแนวนอนซึ่งมีโอกาสมากที่ฝุ่นจากฝ้าเพดานจะร่วงลงมาสู่อากาศภายในอาคาร และอาจส่งผลต่อผู้ใช้อาคารที่จะเกิดภาวะโรคทางเดินหายใจได้ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อะคูสติกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของสภาพแวดล้อมทางเสียง และมลพิษในอาคารที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของ ผู้อยู่อาศัยและคนทำงานภายในอาคาร (Indoor of Builder Syndrome)
นายกฤษดา กล่าวว่า ล่าสุด บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับบริษัท อีโคโฟน (Ecophon) จากประเทศสวีเดนซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตแผ่นฝ้าเพดานและผนังดูดซับเสียง รวมทั้งเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านอะคูสติกในระดับโลก ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมแผ่นฝ้าเพดานอะคูสติกอีโคโฟน ภายใต้แนวคิด “Hygiene Acoustic Ceiling” เป็นมิตรกับคนทำงานและการอยู่อาศัย ด้วยจุดเด่นด้านการเป็นแผ่นฝ้าเพดานอะคูสติกที่มีความเป็นไฮยีน (Hygiene) หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย สามารถทำความสะอาดได้ และมีค่าความเป็นอะคูสติกในการดูดซับเสียงสูงถึง 90% เน้นเจาะกลุ่มสถาปนิกผู้ออกแบบและพัฒนาโครงการอาคารสำนักงาน และในอนาคตจะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มสถานศึกษา โรงพยาบาล โดยเน้นการให้ความรู้เรื่องแก่กลุ่มเป้าหมายในเรื่องอะคูสติกและความเป็น ไฮยีน (hygiene) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้อยู่อาศัยและทำงาน รวมถึงการตอกย้ำให้เห็นถึงประโยชน์ในการเลือกใช้ Hygiene acoustic ceiling ในอนาคต
“ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการขยายตัวของโครงการที่เป็นอาคารสำนักงานมากขึ้น โดยแต่ละอาคารต้องสร้างจุดขายที่แตกต่างกัน นอกจากทำเลที่ตั้งและการออกแบบลักษณะของอาคารแล้ว เริ่มมีการนำเสนอถึงคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานในอาคารสำนักงานมากขึ้น ทำให้ผู้ออกแบบอาคารเริ่มเห็นความสำคัญในส่วนของฝ้าเพดานที่ต้องเป็น อะคูสติกที่มีค่าการดูดซับเสียงที่มากขึ้น โดยมีค่าดูดซับเสียงมากกว่า NRC 0.8 – 0.9 และที่สำคัญต้องมีความเป็น ไฮยีน ถูกสุขลักษณะ ไม่เป็นฝุ่นที่จะส่งผลต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร จึงเป็นโอกาสทางการตลาดของแผ่นฝ้าเพดาน อะคูสติกอีโคโฟนของเราที่จะเข้าไปตอบโจทย์ความต้องการของอาคารสมัยใหม่” นายกฤษดา กล่าว
สำหรับโครงการที่ใช้ผลิตภัณฑ์ฝ้าเพดานอะคูสติกอีโคโฟนล่าสุด ได้แก่ อาคารสำนักงาน M Tower ที่มีความสูง 21 ชั้น ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 62 ซึ่งการออกแบบต้องการให้เป็นอาคารสำนักงานที่มีความทันสมัยและแตกต่างจากอาคารสำนักงานอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่ศูนย์กลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ โดย ผู้พัฒนาโครงการ และบริษัทสถาปนิก I will Design ซึ่งเป็นผู้ออกแบบ ได้เล็งเห็นถึงสุขภาพของผู้ใช้งานอาคาร จึงเลือกใช้แผ่นฝ้าเพดานอีโคโฟน รุ่น Gedina E จากสวีเดนที่มีค่า clean room standard class 3.5 (100 partical/ft3) ซึ่งเป็นค่าความเป็นไฮยีนที่สูงและยังมีค่าความเป็นอะคูสติกดูดซับเสียงสูงถึง 90% (NRC = 0.9) ในขณะที่อาคารสำนักงานชั้นนำทั่วไปส่วนใหญ่ใช้แผ่นฝ้าเพดานอะคูสติกที่มีค่าการดูดซับเสียงแค่ 60% (NRC 0.60) นอกจากนี้ แผ่นฝ้าเพดานของอีโคโฟนยังมีดีไซน์สวยงาม ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของอาคารให้แตกต่างจากอาคารสำนักงานอื่นๆ โดยอาคาร M Tower ใช้แผ่นฟ้าเพดานอีโคโฟนจำนวนกว่า 10,000 ตรม.
“เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์อะคูสติกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้มีการวิจัยและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่น ฉนวนกันเสียง dBphon ที่ใส่ในระบบผนังเบาและฝ้าเพดาน, แผ่นกันเสียง Soundboard ที่ช่วยให้ระบบผนังเบา ได้ค่าการกันเสียงมากกว่าระบบผนังก่ออิฐ, ซิลแลนท์ปิดรอยร้าวรอยต่อหรือเรียกว่า Green Glue Acoustics Sealant, Acoustics Tape, ระบบฝ้าแขวน Solo, และแผ่นอะคูสติกดูดซับเสียงผนัง Akusto wall panet เป็นต้น และในช่วงปลายปี 2559 นี้ บริษัทฯ มีแผนจะเพิ่ม Product Line ด้านอะคูสติกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายให้กับผู้ออกแบบ ซึ่งในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีรายได้รวม 310 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 30%” นายกฤษดา กล่าวในตอนท้าย

