ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2559 นายประยูร จักรพัชรกุล ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติให้มีการออกเสียงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 และตั้งเป้าหมายให้ผู้มีสิทธิออกเสียงที่มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันออกเสียงมาใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 จึงได้เตรียมแผนให้ความสะดวกในการลงคะแนนทุกด้าน
โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีสิทธิออกเสียงซึ่งอยู่นอกเขตออกเสียงที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตออกเสียงเป็นเวลาน้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันออกเสียง ให้มีสิทธิลงคะแนนออกเสียงที่ใดก็ได้ โดยยื่นคำขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนอยู่ก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่าสามวันนับถึงวันออกเสียง คือเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2559
นายประยูร เปิดเผยอีกว่า ซึ่งขบวนการประชาสัมพันธ์ และการรณรงค์ไปในพื้นที่ ซึ่งเราได้ลงพื้นที่อย่างหนัก เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนให้ ให้ออกมาใช้สิทธิลงประชามติ ในวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งจังหวัดพิจิตรมีหน่วยเลือกตั้ง 1,002 หน่วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุม คณะกรรมการประจำหน่วย การให้ประชาชนออกเสียงลงประชามติในครั้งนี้ไม่เหมือนการเลือกตั้ง ส.ส.ซึ่งพูดยาก เนื่องจากประชาชนมีความเข้าใจน้อยมากว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญมีความสำคัญกับตัวเองอย่างไร
สิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการคือ ต้องลงพื้นที่อยากหนักเพื่อรณรงค์ให้มาออกเสียงลงประชามติ 80% ทั่วประเทศ แต่ตนเองมองว่าจังหวัดพิจิตร เป็นไปได้ยากเนื่องจากประชาชนคนในพื้นที่จังหวัดพิจิตรไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ไปทำงานต่างจังหวัดเยอะมาก ซึ่งประมาณการ และอยู่ต่างประเทศ ทำงานนอกพื้นที่ถึง 30% ซึ่งประชาชนเหลือประมาณกว่า 60% ถ้าประชาชนมาลงประชามติหมดเลยก็ได้แค่ 60% ซึ่งรู้สึกหนักใจมากเกรงว่าประชาชนจะลงมาใช้สิทธิไม่ถึง 80% แต่ทุกภาคส่วนลงพื้นที่หมดแล้วในการรณรงค์ ตรงนี้ต้องรอลุ้นว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิกันหรือไม่ เพราะไปบังคับใครไม่ได้ เพราะกฏหมายเขากำหนดไว้ห้ามบังคับ” นายประยูรกล่าว

