เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่ สน.บุปผาราม พ.ต.อ.พิทักษ์ ปัญญาพร ผกก.สน.บุปผาราม พ.ต.ท.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.สมมาตร วงษ์ดี สว.สส. และ พ.ต.ท.เอกลักษณ์ หมวกผัน สว.สส.บางยี่เรือ ร่วมกันจับกุม นายบอส (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และนายเปา (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ พร้อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีขาว ทะเบียน 4กว 7186 กรุงเทพมหานคร และเสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ โดยจับกุมนายบอสได้ที่ชุมชนทางรถไฟฟ้า ย่านบางยี่เรือ ก่อนขยายผลจับกุมนายเปาได้ที่ห้องเช่าในซอยเพชรเกษม 58

พ.ต.อ.พิทักษ์กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงปลายเดือนพฤษภาคม มีเจ้าของร้านค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าของชำในพื้นที่ สน.บุปผาราม 6 ราย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ว่าถูกคนร้ายลักทรัพย์ป้ายชื่อร้าน เป็นไม้สักเก่าในช่วงเวลากลางคืน โดยมีคดีหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.25 น. วันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ป้ายหน้าร้านขายของชำชื่อ “ตั้ง เซ่ง ฮะ” เลขที่ 4-6 ปากซอยอิสรภาพ 7 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน ของนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล อดีต ส.ก.เขตคลองสาน หายไป จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้าย 2 ราย ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาก่อเหตุโดยใช้เวลาแค่ 1 นาที เพื่อขออนุมัติหมายจับและจับกุมดังกล่าว
สอบสวนนายเปารับว่า ตัวเองและนายบอส จบ ม.3 แล้วไม่ได้เรียนต่อ เอาแต่เล่นเกมตามร้านอินเตอร์เน็ตไปวันๆ และยังชอบชักชวนกันดื่มยาแก้ไอผสมโคล่า พอเงินขาดมือจึงยืมรถจักรยานยนต์ของแม่ ชวนนายบอสนั่งซ้อนท้ายไปตระเวนดูป้ายหน้าร้านชำรุ่นเก่าๆ ที่คนไทยเชื้อสายจีนนิยมติดเอาไว้ และลักมาไปวางขายในตลาดกลางคืนย่านคลองถม ได้ป้ายละ 1,200-1,500 บาท นำเงินมาแบ่งกัน ป้ายที่ขายดีมีราคานั้นพวกเล่นของเก่าจะชอบป้ายร้านค้าที่มีทั้งภาษาจีน ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ อยู่ในป้ายแผ่นเดียว โดยช่วงเวลาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ก่อเหตุในพื้นที่ สน.บุปผาราม มาแล้ว 6 ครั้ง ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ก่อเหตุสำเร็จมาแล้วอีกนับครั้งไม่ถ้วน
ด้าน พ.ต.ท.ปราโมทย์กล่าวว่า จากการพูดคุยกับผู้ต้องหา เบื้องต้นยอมรับก่อเหตุมาหลายท้องที่ อาทิ สน.บางกอกน้อย สน.ตลาดพลู สน.สำเหร่ สน.บางยี่เรือ สน.สมเด็จเจ้าพระยา และ สน.จักรวรรดิ ขอให้ผู้เสียหายที่สงสัยว่าเคยถูกผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ลักทรัพย์ป้ายร้านค้ามาชี้ตัวยืนยัน เพื่ออายัดคดีเพิ่มเติม

