หน้าแรก Uncategorized ยึดโยงประชาชน...

ยึดโยงประชาชน โดย นฤตย์ เสกธีระ

28.06.16 | 14:00 น.
แฟ้มภาพ

คําว่า “ยึดโยงกับประชาชน” มีความสำคัญอย่างไร?

เป็นคำถามที่น่าจะแสวงหาคำตอบ

เมื่อดูได้ยินเสียงวิจารณ์หลังงบประมาณปี 2560 เข้าสู่การพิจารณาของ สนช. จึงคิดอยากพิสูจน์

ยึดโยงกับประชาชนนั้นสำคัญจริงหรือไม่?

ทั้งนี้ งบประมาณปี 2560 มีทั้งสิ้น 2.733 ล้านล้านบาท เป็นจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นจากปี 2559

Advertisement

พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตว่ากระทรวงกลาโหมงบประมาณขึ้นเยอะขึ้น

จึงพลิกไปดูข้อมูลเก่า พบว่าปี 2560 กลาโหมได้เพิ่มจากปี 2559 ประมาณ 8,000 ล้านบาท

ไม่เยอะนะ !

ย้อนไปดูปี 2558 เทียบกับปี 2559 พบว่าได้เพิ่ม 13,512 ล้านบาท

ย้อนกลับไปปี 2557 เทียบกับปี 2558 ก็พบว่าเพิ่มประมาณ 9,000 ล้านบาท

ความจริงไม่ใช่เฉพาะกระทรวงกลาโหมเท่านั้นที่ได้งบประมาณเพิ่ม

ยังมีอีกหลายกระทรวงก็ได้เพิ่ม

แต่ที่สงสัย และพยายามหาคำตอบคือ งบประมาณในส่วนของประชาชนชาวรากหญ้านั้นเพิ่มขึ้นหรือลดลง?

ตรงนี้คือข้อพิสูจน์เรื่อง “ยึดโยงกับประชาชน”

ทั้งนี้ เพราะขณะนี้รัฐบาลทหารดูแลประเทศ มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี

งบประมาณปี 2559 และปี 2560 เป็นงบประมาณที่ก่อเกิดจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

ขณะที่กองทัพเป็นฐานที่มั่นสำคัญของนายกฯ ดังนั้น ถ้างบประมาณทหารได้เพิ่มขึ้นจึงไม่แปลก

แต่งบประมาณประเภทประชานิยมนี่สิ… หายไปมากน้อยแค่ไหน เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณในช่วงที่มีรัฐบาลเลือกตั้ง

ทั้งนี้ เพราะงบประมาณของประเทศ แม้จะอยู่ในระดับ 2 ล้านล้าน แต่ก็ไม่พอต่อความต้องการ

เมื่องบประมาณไม่พอ จึงต้องจัดสรรงบประมาณ

ในยุครัฐบาลเลือกตั้ง รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณตามนโยบายที่หาเสียง

เนื่องจากฝ่ายบริหารต้องพึ่งอำนาจของประชาชน… อำนาจจากการเลือกตั้ง

การจะได้รับการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต้องโชว์นโยบาย

หากประชาชนถูกใจนโยบายของพรรคใดก็เลือกพรรคนั้น

เมื่อพรรคการเมืองได้รับเลือกไปบริหารประเทศ ก็ต้องนำนโยบายที่หาเสียงไปปฏิบัติ

การจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่จำกัดจึงต้องทำตามนโยบาย

นโยบายที่เรียกว่าประชานิยมนั่นแหละ

งบประมาณประชานิยมนี่จึงเกิดกับการ “ยึดโยงประชาชน”

แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อำนาจฝ่ายบริหารมาจาก คสช.

ดังนั้น จึงคาดการณ์ว่างบประมาณในยุคนี้จะเทไปให้ฝ่ายประจำ

คือเปลี่ยนจากงบประมาณ “ประชานิยม” ไปเป็นงบประมาณ “ราชการประจำ”

เพราะผู้จัดสรรงบประมาณเป็นฝ่ายประจำ ย่อมเห็น “ราชการประจำ” มีความสำคัญกว่า

ดังนั้น ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2560 เรื่องงบประมาณที่รากหญ้าเคยได้จึงน่าลุ้น

ลุ้นว่างบประมาณที่ประชาชนชาวรากหญ้าในยุคนี้จะได้รับนั้นมีมากน้อยเพียงใด

ถ้า “รากหญ้า” ยังคงได้มากอย่างต่อเนื่อง เรื่อง “ยึดโยงประชาชน” อาจไม่สำคัญ

แต่ถ้า “รากหญ้า” ได้น้อยลง หรืองบที่เคยได้กลับไม่ได้เลย

อันนี้จะพิสูจน์ความสำคัญของการ “ยึดโยงกับประชาชน” ได้ทันที

พิสูจน์ว่า ทำไมประชาชนภายในรัฐจึงต้องเป็นเจ้าของอำนาจ

พิสูจน์ว่า ทำไมรัฐบาลและองค์กรของรัฐจึงต้อง “ยึดโยงกับประชาชน”