เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น. ประชุมเร่งรัดคดีเจ้าหน้าที่บุกจับต่างด้าวและเด็กในสถานบริการอาบอบนวด นาตารี ถนนรัชดาภิเษก จากนั้น พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. สั่งให้เปลี่ยนชุดสอบสวนเพื่อให้เกิดการสอบสวนที่เป็นธรรมและละเอียดรอบคอบในการทำสำนวนคดีให้มีประสิทธิภาพในการรวบรวมหลักฐาน จะทำให้สามารถนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ โดยให้เปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนเดิมมาเป็นชุดสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เพื่อให้การสอบสวนได้มาซึ่งพยานหลักฐานอย่างเป็นธรรม
พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวต่อว่า การประชุมในวันนี้ หารือในประเด็นการสอบสวนผู้ต้องหา การสอบสวนพยาน และให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงตลอดจนให้มีการขยายผลการสอบสวนเพื่อนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และได้เน้นย้ำพ.ร.บ.ค้ามนุษย์ ที่เพิ่งผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ประกาศเป็นกฎหมายใหม่ ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามหลักของกฎหมาย จะเรียกประชุมติดตามคดีในทุกเช้าเพื่อจับผู้กระทำผิดโดยเร็วที่สุด และเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 3-4 คน ส่วนในเรื่องของการออกหมายจับตอนนี้มีหลักฐานมากกว่า 90% แล้ว ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับเก่าได้ประสานไปทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) เพื่อระงับไม่ให้หนีออกนอกประเทศ โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 รายที่ถูกออกหมายจับก่อนหน้านี้ มีนายประเสริฐ สุขขี หรือโกลัก เจ้าของนาตารีอาบอบนวด และนายสมหมาย พัดสิงห์ หรือก้อง ผู้จัดการและเจ้าของใบอนุญาต ในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยการค้าประเวณี ร่วมกันเป็นผู้ดูแลสถานค้าประเวณี ให้สถานที่พักพิงต่างด้าว ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต และข้อหาอื่นๆ

