“สุรชัย” เชื่อศาล รธน.ชี้ขาด ม.61 วรรคสอง ไม่กระทบประชามติ แนะไม่ควรใช้ ม.44
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่หนึ่ง กล่าวถึง การพิจารณาวินิจฉัย พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มาตรา 61 วรรคสอง ของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 29 มิ.ย. ว่าขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ภาพรวมผลจะออกมาได้ 2 ทาง คือ หากชี้ว่าไม่ขัด กระบวนการประชามติก็เป็นไปตามเดิม แต่หากชี้ว่าขัด ตนก็เชื่อว่าศาลจะชี้แค่เป็นแค่บางวรรค บางข้อความเท่านั้นที่มีปัญหา มาตราอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำร้องจะไม่ได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งมาตราสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประชามติ อยู่ที มาตรา 7 และมาตรา 61 จึงทำให้กระบวนการออกเสียงประชามติจะเป็นไปตามเดิมเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า มาตรา 61 วรรคสอง ว่าขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว แล้ว สนช. ต้องแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับ กกต. ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดทำประชามติว่า จะยังดูแลให้การลงคะแนนเสียงประชามติสงบเรียบร้อยได้หรือไม่ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องเสนอให้ สนช.พิจารณาแก้ไข
เมื่อถามว่า มีข้อเสนอให้ใช้มาตรา 44 ดูแลความสงบเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ แทนมาตรา 61 วรรคสอง นายสุรชัยกล่าวว่า ต้องไปถามนายกฯ แต่ตนเห็นว่าไม่จำเป็น เพราะยังมีกฎหมายเฉพาะคอยดูแลอยู่ อย่างกฎหมายประชามติ ก็กำหนดว่า การแสดงความคิดเห็นสามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ห้ามพูดเท็จ บิดเบือน หรือชักจูง ให้เห็นด้วยกับทางใดทางหนึ่ง จึงไม่เข้าใจว่า ทำไมยังมีบางส่วนที่ไม่พยายามทำความเข้าใจ ดังนั้น จึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องโยงไปถึงมาตรา 44
เมื่อถามถึงข้อเสนอของนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้กระทรวงยุติธรรม เสนอกฎหมายเกี่ยวกับการปรองดอง แล้วผลักดันให้ สนช. ตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) เชิญคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายมาหารือผลักดัน นายสุรชัยกล่าวว่า จะรับไว้พิจารณา ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ก็มีเนื้อหาที่พูดถึงเรื่องการปรองดองเอาไว้ ต้องรอดูว่าในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะผ่านหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ สมาชิก สนช.ก็เคยนำเสนอไว้แล้ว แต่ทั้งนี้ เราคงต้องรอจนถึงเวลาที่เหมาะสม ถึงจะหยิบประเด็นนี้มาพิจารณา

