เว็บไซต์โพลิติโครายงานเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน หลังจากสหราชอาณาจักรหรือเรียกรวมๆ ว่าอังกฤษ ลงประชามติให้ถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ที่เรียกว่า เบร็กซิท นั่นอาจส่งผลให้ภาษาอังกฤษถูกถอดออกจากการเป็นภาษาราชการ ที่ใช้สื่อสารกันอย่างเป็นทางการในกลุ่มอียู ทั้งนี้ ปัจจุบัน อียูมีภาษาราชการของแต่ละชาติสมาชิกอียูที่ใช้สื่อสารกันอย่างเป็นทางการในกลุ่มอียูทั้งสิ้น 24 ภาษา โดยแต่ละชาติสมาชิกในอียูมีสิทธิที่จะแจ้งภาษาราชการที่ประเทศตนเองใช้จำนวน 1 ภาษา ซึ่งอังกฤษเป็นเพียงประเทศเดียวที่แจ้งว่าใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ
“เรามีกฎว่าชาติอียูทุกประเทศมีสิทธิแจ้งภาษาราชการได้ 1 ภาษา ไอร์แลนด์แจ้งใช้ภาษาเกลิค มอลตาแจ้งภาษามอลตา และหากไร้อังกฤษ เราก็จะไม่มีภาษาอังกฤษ” ดานูตา ฮูบเนอร์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการธรรมนูญ รัฐสภายุโรป เปิดเผยกับเว็บไซต์โพลิติโค
ในประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนี ที่ภาษาฝรั่งเศสและเยอรมนี เป็นภาษาอันดับ 2 และ 3 รองจากภาษาอังกฤษ ที่เป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกันมากที่สุดในยุโรปนั้น ได้มีการเคลื่อนไหวให้ถอดภาษาอังกฤษออกจากภาษาราชการของอียู โดยนักการเมืองฝรั่งเศสบางรายยืนยันว่าการถอนตัวออกจากอียูของอังกฤษ จะเป็นผลให้ภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นภาษาราชการที่ใช้ในรัฐสภายุโรปอีกต่อไป และแนวโน้มที่จะไม่มีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ทำให้อิตาลีพยายามผลักดันให้ภาษาอิตาเลียนกลายเป็นหนึ่งในภาษาราชการเพื่อใช้ในอียู อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นไปไม่ได้ที่ภาษาอังกฤษจะถูกถอดจากการใช้สื่อสารในกลุ่มอียู เนื่องจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่เป็นที่นิยมใช้กันมากที่สุดทางการศึกษาในทั่วยุโรป และพลเมืองชาวยุโรปเกือบ 51 เปอร์เซ็นต์ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 1 หรือ ภาษาที่ 2 ของตนเอง นอกจากนี้ ภาษาอังกฤษยังเป็นภาษาที่นิยมใช้กันในหมู่ข้าราชการทั่วยุโรปด้วย

