ก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวริมเส้นฝั่งซ้ายทัพ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ได้เต็มตัวในศึก “ยูโร 2016” สำหรับ จูเลียน ดรากซ์เลอร์ ดาวรุ่งวัย 22 ปี ซึ่งล่าสุดเพิ่งแผลงฤทธิ์จ่ายให้ยิง 1 ประตู และซัด 1 ประตูพาทีมถล่ม สโลวาเกีย 3-0 พร้อมโบยบินสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ
เมื่อ 2 ปีก่อนในศึกฟุตบอลโลก 2014 ดรากซ์เลอร์ยังไม่ค่อยได้รับโอกาสจาก โยอาคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ให้ลงสนามมากนัก ซึ่งเขามีโอกาสเพียงได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมถล่มเจ้าภาพ บราซิล 7-1 ก่อนก้าวไปเถลิงแชมป์โลกสมัยที่ 4 แต่นับว่าเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญ
ดรากซ์เลอร์ถูกเรียกตัวมาติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อปี 2012 ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น ก่อนพังประตูแรกในเกมอุ่นเครื่องกับ สหรัฐ ปีต่อมา และมีชื่อติดทัพลุยศึกเวิลด์คัพ 2014 โดยที่ผ่านมาเขาเพิ่งลงเล่นเพียง 22 นัด และยิงได้ 2 ประตู แต่เริ่มฉายแววการเป็นอาวุธติดปีกอินทรีเหล็กออกมาได้อย่างน่ากลัว
“ผมแฮปปี้ที่ได้ลงเล่น และช่วยทีมได้ ผมพยายามฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อให้โค้ชเลือกใช้ได้เสมอเวลาที่ทีมต้องการ ซึ่งในจังหวะดวลตัวต่อ โค้ชบอกให้ผมพยายามกระชากหนีให้ได้ และเขาเชื่อมั่นในศักยภาพผม รวมถึงต้องการให้ผมหาโอกาสดวลเดี่ยวอยู่เสมอด้วย”
เส้นทางค้าแข้งของดรากซ์เลอร์เริ่มต้นกับ ชาลเก้ 04 เมื่อปี 2011 โดยประเดิมสนามด้วยวัยเพียง 17 ปี และเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับ 4 ที่ลงสนามในศึกบุนเดสลีก้า ก่อนที่ปี 2015 โวล์ฟสบวร์ก คว้าตัวไปร่วมทัพด้วยสัญญา 5 ปี และไม่เปิดเผยค่าตัว ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่อิตาลี เคยทุ่มเงินซื้อกว่า 15 ล้านยูโร (ราว 585 ล้านบาท) แต่โดนปฏิเสธ
ด้วยฟอร์มการเล่นในยูโร 2016 ทำให้ดรากซ์เลอร์กำลังถูกทีมยักษ์ใหญ่จ้องกันตาเป็นมัน จึงต้องจับตาดูกันว่าเขาจะตัดสินใจย้ายทีมหรือไม่
แต่หากเขาพาทัพอินทรีเหล็กคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 4 ได้สำเร็จค่าตัวจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณอย่างแน่นอน

