วันที่ 28 มิถุนายน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กในหัวข้อ ศึกษาจาก Brexit ย้อนคิดถึงเมืองไทย ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในกรณีที่อังกฤษออกจากอียูบอกเราว่า เมื่อประชาชนมีความเห็นต่างกันในเรื่องสำคัญ ประเทศที่เจริญ เขาก็ตัดสินด้วยการลงประชามติ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตย เสรีและเป็นธรรม ทุกฝ่ายสามารถแสดงความเห็นได้เต็มที่และได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างอุดมสมบูรณ์ ประชาชนทั้งประเทศจึงรู้สึกได้ว่าตนเองเป็นผู้กำหนดอนาคตของประเทศร่วมกัน และเมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือล้มเหลว พวกเขาก็จะมีกระบวนการที่จะรับมือกับสิ่งนั้นร่วมกัน โดยประชาชนทุกคนมีสิทธิมีเสียงเท่าเทียมกัน นี่คือคุณประโยชน์ของประชาธิปไตย
ท่านที่สนใจเกี่ยวกับ Brexit อาจจะกำลังติดตามว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะคงต้องการทราบว่าโลกจะพัฒนาไปอย่างไร ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรและจะต้องเตรียมตัวปรับตัวอย่างไร
ผมอยากจะฝากข้อคิดสำหรับทุกท่านว่า ขณะนี้ประเทศไทยก็อยู่ในสภาพที่ผู้คนมีความคิดเห็นต่างกันในเรื่องที่สำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ เรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีผลต่อความเป็นไปของประเทศไปอีกยาวนาน ประเทศไทยจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงผันผวนได้หรือไม่อย่างไร ก็ขึ้นกับระบบการปกครองที่จะนำมาใช้กันต่อไปนี้ด้วย ท่านจะเฉลียวใจบ้างหรือไม่ว่าเหตุใดการลงประชามติที่กำลังจะมีขึ้นกลับไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ประชาชนไทยถูกกีดกันขัดขวางไม่ให้มีส่วนร่วมกับการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้
คำถามของผมก็คือ หากร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นปัญหาทำให้ประเทศไทยไม่สามารถรับมือกับโลกที่ผันผวนใบนี้ได้ แต่ร่างฯก็อาจจะผ่านไปเพราะความไม่รู้ของคนจำนวนมากและการไม่มีส่วนร่วมของประชาชน บ้านเมืองของเราในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
จะปล่อยกันไปอย่างนี้หรือ???

