กระทรวงศึกษาธิการรายงานผลการดำเนินการในโครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลาเรียนรู้ ชี้ดีทุกอย่าง ติดแค่ภาษาอังกฤษในระดับ ม.3
เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงศึกษาธิการได้รายงานผลการดำเนินการในโครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลาเรียนรู้ โดยทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้นำกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า ให้ครูรักเด็ก และให้เด็กรักครู ให้ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันแต่ให้แข่งขันกับตัวเอง ให้เด็กที่เรียนเก่งกว่าช่วยสอนเพื่อนที่เรียน ให้ครูจัดกิจกรรมให้เด็กได้ทำร่วมกันเพื่อให้เห็นคุณค่าของความสามัคคี ไม่นำมารวมกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาที่มุ่งเน้นภาพลักษณ์สูตรให้เด็กๆ ครู และผู้ปกครองมีส่วนร่วม มีความสุขในการเรียนรู้ร่วมกัน ลดเวลาเรียนในห้องเรียนให้น้อยลง แล้วค่อยเพิ่มเวลาเรียนรู้นอกห้องเรียนให้มากขึ้น ซึ่งผลการดำเนินงานกระทรวงศึกษาฯได้รายงานว่า นักเรียนมีน้ำใจต่อกัน มีความสามัคคีจากการที่ได้ทำงานร่วมกัน ได้ค้นพบความถนัดและความสามารถของตนเองเป็นแนวทางในการตัดสินใจที่จะเรียนต่อในอนาคต และการประกอบอาชีพต่อไป นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบผลสอบโอเน็ตระหว่างโรงเรียนที่เข้าร่วมกับโรงเรียนที่ไม่เข้าร่วมโครงการ พบว่า ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะมีผลการสอบดีกว่าโรงเรียนที่ไม่เข้าร่วมโครงการในทุกรายวิชา สำหรับมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่าโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีผลสอบสูงกว่าโรงเรียนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ 4 รายวิชา ยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งนายกฯสั่งการว่าอาจต้องไปดูกิจกรรมนอกเวลาเรียน จะพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งได้เน้นย้ำนโยบายของรัฐบาลที่อยากให้นักเรียนอ่าน คิด เขียน พูด ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้ไปพิจารณาดูเรื่องของห้องสมุด โดยรวบรวมห้องสมุดทั้งหมดทั้งของเอกชนและของรัฐแล้วรายงานมาภายในหนึ่งสัปดาห์ ให้ดูว่าสถิติการใช้ห้องสมุดมีมากน้อยเพียงใดเพื่อที่จะได้มีการปรับงบประมาณในส่วนนี้

