สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา(28 มิ.ย.) ปรับเพิ่มขึ้นแรง หลังตลาดได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเตรียมมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบหลังจากอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ขณะที่ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐในไตรมาสแรกขยายตัวดีเกินคาด
ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีเฉลี่ยอุตสหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดที่ระดับ 17,409.72 จุด บวก 269.48 จุด หรือ +1.57% ดัชนีแนสแดค ปิดที่ระดับ 4,691.87 จุด บวก 97.43 จุด หรือ +2.12% และดัชนีแนสแดค ปิดที่ระดับ 4,691.87 จุด บวก97.43 จุด หรือ +2.12%
ด้านราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก งวดส่งมอบเดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 1.52 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ไปปิดตลาดที่ระดับ 47.85 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังตลาดยังขานรับตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกของสหรัฐที่ขยายตัวดีเกินคาด ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือนส.ค.ปรับเพิ่มขึ้น 1.42 ดอลลาร์ หรือ 3% ปิดตลาดที่ระดับ 48.58 ดอลลาร์/บาร์เรล
ขณะที่ราคาทองคำที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก( COMEX) ส่งมอบเดือนส.ค.ปรับลดลง 6.80 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดตลาดที่ระดับ 1,317.90 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังนักลงทุนทยอยเทขายทองคำออกมา หลังตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มฟื้นตัว และนักลงทุนคลายความกังวลหลังอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป

