หน้าแรก Uncategorized ฟู้ด อินโนโพล...

ฟู้ด อินโนโพลิส : เมืองนวัตกรรมอาหาร โดย รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์

29.06.16 | 13:00 น.

เป็นที่น่ายินดีที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นหน่วยงานหลักจัดตั้งและดำเนินการ เมืองนวัตกรรมอาหาร (ฟู้ด อินโนโพลิส) ซึ่งจะตั้งอยู่ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี และได้มีการลงนามความร่วมมือกับ 12 บริษัทอาหารชั้นนำ และ 21 สถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยไปแล้วเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โครงการนี้ เดิมเป็นโครงการที่นำเสนอต่อกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในช่วงปลายปี พ.ศ.2557 และได้ผ่านการพิจารณาปรับแต่งอย่างต่อเนื่องตลอดมาใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ปี จนได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในที่สุด ถือได้ว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทำหน้าที่ของสถาบันการศึกษาในการเสนอแนะให้ข้อคิดเห็นในการพัฒนาประเทศ นอกเหนือไปจากการจัดการเรียนการสอนและการวิจัย แม้จะใช้เวลาในการพิจารณาค่อนข้างมาก แต่มาช้าดีกว่าไม่มา

สาเหตุที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เสนอโครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร เนื่องจากเป็นที่รับรู้และยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่าการเกษตรคือทางรอดของประเทศไทย ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเป็นเกษตรกร การส่งออกวัตถุดิบการเกษตรอย่างที่อยู่ในปัจจุบันคงจะไม่ทำให้เกษตรกรอยู่ดี กินดี ได้อย่างที่ทุกคนคาดหวัง จะต้องเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบการเกษตร โดยแปรรูปเป็นอาหารในลักษณะต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือให้คำแนะนำและส่งเสริมให้เกษตรกร (หรือกลุ่มเกษตรกร) เป็นผู้ผลิตรายย่อยในอุตสาหกรรมอาหารที่มีคุณภาพรวมถึงเกษตรกรที่เป็นผู้ผลิตขนาดเล็กและขนาดกลางอยู่แล้วให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพในการผลิตเพิ่มขึ้น

การที่โครงการเมืองนวัตกรรมอาหารจะเริ่มดำเนินการในช่วงแรก โดยเน้นไปที่การให้บริษัทอาหารชั้นนำของโลกทั้งบริษัทไทยและต่างประเทศเข้ามาลงทุนวิจัยพัฒนาอาหารนั้น ถือได้ว่าเป็นแนวคิดเชิงรุกที่ดี แต่คงใช้เวลาในการดำเนินการมากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของบริษัทอาหารชั้นนำจากต่างประเทศ จะต้องมีการจัดสิทธิประโยชน์สร้างแรงจูงใจในด้านต่างๆ ซึ่งก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้วจากการเจรจาเพื่อสร้างรถไฟความเร็วสูงโครงการต่างๆ ที่มีแนวโน้มจะต้องล้มเลิกโครงการไปในที่สุด

ดังนั้น ผู้รับผิดชอบโครงการเมืองนวัตกรรมอาหารควรจะดำเนินการสนับสนุนวิสาหกิจอาหารขนาดย่อมในประเทศควบคู่กันไป (กับแผนดำเนินการที่วางไว้เดิม) ซึ่งจะใช้เวลาในการขับเคลื่อนตลอดจนงบประมาณในการดำเนินการน้อยกว่ากันมาก โดยอาจจะดำเนินการใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ

Advertisement

1.ให้บริการฝึกอบรมและพัฒนานวัตกรรมอาหารสำหรับผู้ประสงค์จะลงทุนดำเนินการด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหารรายใหม่

2.ให้บริการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาการผลิต ขยายกำลังการผลิต ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจนการตลาดสำหรับอุตสาหกรรมอาหารขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ดำเนินการอยู่แล้ว

โดยผู้ให้บริการได้แก่ มหาวิทยาลัยที่มีคณาจารย์ และคณะนักวิจัยทางด้านเกษตรและอาหารทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค การกระตุ้นให้เกิดธุรกิจใหม่และปรับปรุงวิสาหกิจเดิมในลักษณะเช่นนี้จะเอื้อให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยที่มีอยู่ประมาณ 9,000 ราย มีช่องทางในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้นตลอดห่วงโซ่เกษตรและอาหาร ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการใหม่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ อันจะยังผลให้ประเทศไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร เกษตรกรและผู้ผลิตสินค้าเกษตรปฐมภูมิรายได้เพิ่มขึ้น

และช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดจากภาวะภัยแล้งในปีการเพาะปลูกที่ผ่านมาได้อีกทางหนึ่งด้วย