การตกรอบของทีมชาติอังกฤษจากศึกยูโร 2016 ทำให้ถูกมุขล้อเลียนว่ามี “เบร็กซิต รอบ 2”
เพราะทีมที่อังกฤษแพ้ไม่ใช่ทีมใหญ่อย่างฝรั่งเศส เยอรมนี หรืออิตาลี แต่เป็นไอซ์แลนด์ ทีมที่มีชื่อเสียงเป็นรอง อยู่ในอันดับที่ 34 ของโลก
อาการตกตะลึงนี้คล้ายกับผลประชามติของสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่เป็นเบร็กซิตของจริง หมายถึงการต้องถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปที่เคยเป็นมานาน 43 ปี
มาถึงวันนี้ดูเหมือนว่าผลกระทบจากการลงประชามติดังกล่าวยังสะท้านสะเทือนอยู่ โดยเฉพาะในเกาะอังกฤษเอง
นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ต้องประกาศลาออก เพราะตัวเขาเป็นฝ่ายรณรงค์ให้อยู่ในอียูต่อ หากจะเป็นผู้นำที่ต้องคอยมาจัดการเรื่องให้อังกฤษออกจากอียูคงไม่เหมาะ
นอกเหนือจากปฏิกิริยาทางเศรษฐกิจที่ตลาดหุ้นปั่นป่วนและค่าเงินปอนด์ดิ่งลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ รวมถึงถูกลดเกรด ปฏิกิริยาทางการเมืองก็หวั่นไหวเช่นกัน
สกอตแลนด์ ดินแดนในสหราชอาณาจักรส่งสัญญาณว่า อยากจะแยกตัวเป็นเอกราชเพื่อจะได้กลับเข้าไปอยู่กับอียู ในขณะที่ชาวอังกฤษจำนวนถึง 3 ล้านคนไปลงชื่อในเว็บไซต์ของรัฐสภาขอให้จัดการประชามติรอบ 2 ส่วนคนเมืองกรุงในลอนดอนเปรยๆ ขึ้นมาว่าอยากจะแยกตัวออกไปให้รู้แล้วรู้รอด
ด้านบรรดาแกนนำของอียูยังเร่งเร้าให้อังกฤษรีบทำเรื่องออกไปจากสหภาพยุโรปเร็วๆ เพราะอียูจะได้จัดการแผนงานและงบประมาณของกลุ่มให้เรียบร้อย แต่อังกฤษกลับบอกว่ายังไม่รีบ
นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ในฐานะมหาอำนาจของยุโรป แสดงท่าทีเข้าใจอังกฤษและว่าควรจะให้เวลาอังกฤษและอียูจัดการเรื่องนี้อย่างเหมาะสม
เพราะการให้เวลาอังกฤษ เท่ากับการให้เวลาประเทศอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกของอียูใคร่ครวญดีๆ ไม่ใช่เห่อตามกระแสถอนตัวกันอีก
ตอนนี้แกนนำรณรงค์เบร็กซิตเองถูกตำหนิว่า ได้แต่หาเสียงเพื่อให้ได้ชัยชนะ แต่ไม่ได้เตรียมการอะไรไว้หลังได้รับชัยชนะแล้ว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราจะไม่มีทางได้เห็นหลังจากศึกเบร็กซิตครั้งนี้ก็คือ การชุมนุมยึดเมืองหลวง ยึดสนามบิน หรือยึดอำนาจเพื่อจะยืนกรานว่าอังกฤษจะออกจากอียูไม่ได้
แม้ผลลัพธ์จากการออกจากอียูไม่ใช่สิ่งที่ชาวอังกฤษ ชาวสก๊อต ชาวเวลส์ หรือชาวไอร์แลนด์เหนือ “ทุกคน” ต้องการ แต่ทุกคนจำเป็นต้องพร้อมออกจากอียูไปตามกระบวนการ
ส่วนใครจะขอกลับเข้าไปในอียูใหม่ หรือขอแยกตัวออกไปจากสหราชอาณาจักรก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย นั่นคือการตัดสินด้วยเสียงส่วนใหญ่
เสียงส่วนใหญ่ในครั้งนี้อาจตัดสินใจผิดพลาดก็ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทะนงตน คำนวณผิดพลาด หรือชาตินิยมเกินไปหน่อย แต่บทเรียนนี้ต้องเรียนรู้และแก้ไขไปด้วยกัน
เพราะกระบวนการตั้งต้นนั้น เริ่มจากการเปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิเข้าร่วมแล้ว เมื่อผลออกมาอย่างไรก็ต้องเคารพผลนั้น
หากไม่ได้รับเสียงส่วนใหญ่แต่ยังดึงดันเอาชนะ จากนั้นเรียกร้องให้ทุกคนมาร่วมรับผิดชอบด้วย นั่นก็พิลึกเกินไป

