เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อเผชิญเหตุตามแผนบริหารความเสี่ยงและแผนเผชิญเหตุของระบบการขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ระหว่างกระทรวงคมนาคม กทม. กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรมประชาสัมพันธ์ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559 มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจากการให้บริการขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหากรณีเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคของระบบขนส่งสาธารณะทางรางและเร่งแก้ไขโดยเร็ว เพื่อบรรเทาเหตุการณ์จนสามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้ตามปกติ
นายอาคมกล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้กับผู้ให้บริการเดินรถหรือโอเปอเรเตอร์ใน 6 ประเด็นหลักคือ 1. การให้บริการความสะดวกปลอดภัย 2.เมื่อเกิดเหตุต้องสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนได้รู้ข้อเท็จจริงทันเวลา และให้พยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าพร้อมแจ้งประชาชนทันที เพื่อสามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และลดการเสียเวลาของผู้โดยสาร เช่น มีรถไฟฟ้าตรงจุดไหนบ้าง 3.การถ่ายโอนผู้โดยสารระหว่างโอเปอเรเตอร์จะต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ชม. แม้ว่าบีทีเอสซีและ รฟม.จะแจ้งว่าตามหลักการจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายใน 6 นาที และถ่ายโอนผู้โดยสารภายใน 10 นาที 4 ระบบปฏิบัติการและการบำรุงรักษา (โอแอนด์เอ็ม) ของโอเปอเรเตอร์แต่ละราย ต้องเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะการซ่อมบำรุงไม่ต้องรออะไหล่เสียหรือหมดอายุพร้อมกันแล้วถึงมาซ่อม ซึ่งถ้าตรงจุดไหนมีปัญหาก็ซ่อมแซมไปก่อน 5.ฝึกซ้อมแผนการเผชิญเหตุร่วมกันประสานกับระบบขนส่งอื่นๆ เช่น แท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพื่อระบายผู้โดยสารตกค้างในระบบ 6.มอบหมายให้นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคมตั้งศูนย์ประสานงานแผนเผชิญเหตุระบบขนส่งสาธารณะจะได้แก้ปัญหาได้ทันเหตุการณ์
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า หากได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์อำนวยการประสานงานและแก้ไขปัญหาเฉพาะกิจว่าระบบขนส่งสาธารณะใดขัดข้อง จะส่งสายตรวจและเจ้าหน้าที่ลงไปประสานงานแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันที โดยจะควบคุมระบบรถสาธารณะที่ให้บริการเพื่อช่วยระบายผู้โดยสาร ทั้งรถเมล์ ขององค์การขนส่งมลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รถแท็กซี่ และรถมอไซด์รับจ้าง โดยจะควบคุมไม่ให้มีการเก็บค่าโดยสารเกินราคา ซึ่งปกติจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตามจุดต่างๆ อาทิ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สถานีขนส่งหมอชิต อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

