หน้าแรก Uncategorized แบงก์ชาติเพิ่...

แบงก์ชาติเพิ่มประเภทหลักประกันให้แบงก์รองรับกม.หลักประกันธุรกิจฯ

29.06.16 | 15:25 น.

นางสาวยุพิน เรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายธุรกิจและบัญชีสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถาบันการเงินได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ.2558 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำสินทรัพย์ อาทิ กิจการ สิทธิเรียกร้องที่ไม่มีตราสาร ทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้าคงคลัง เช่น วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต สินค้าสำเร็จรูป และสินค้าเกษตร เป็นต้น จากเดิมที่มีจำกัดแค่อสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ที่มีทะเบียน ซึ่งจะช่วยเอื้อให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และกลุ่มธุรกิจสตาร์ตอัพ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้หรือสินเชื่อได้เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่กฎหมายบังคับใช้ โดยผู้ประกอบการสามารถนำสินทรัพย์เหล่านี้มาจดทะเบียนหลักประกันธุรกิจ ซึ่งสถาบันการเงินและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มีการพัฒนาระบบในการจดทะเบียนหลักทรัพย์ร่วมกัน ซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้ว่าสินทรัพย์เหล่านั้นมีการจดทะเบียนเพื่อขอสินเชื่อไปแล้วหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดกรณีนำสินทรัพย์ไปขอสินเชื่อซ้ำ

“ธปท.ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันสำรองของสถาบันการเงินใหม่ เพื่อรองรับ พ.ร.บ.ประกันธุรกิจฯ โดยได้เพิ่มประเภทหลักประกันที่สถาบันการเงินจะสามารถนำมูลค่าของสินทรัพย์มาหักจากยอดหนี้ก่อนการกันสำรองได้เพิ่มเติมได้แก่ กิจการ มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท สามารถหักมูลค่าก่อนการกันสำรองได้ 60% ของราคาประเมิน สิทธิเรียกร้องที่ไม่มีตราสาร เช่น สิทธิเรียกร้องในลูกหนี้ สิทธิเรียกร้องในการปฏิบัติตามและการรับเงินจากสัมปทาน เป็นต้น หากลูกหนี้เป็นหน่วยงานราชการ หักมูลค่าได้ 100% ส่วนลูกหนี้ที่เป็นบุคคลอื่นหักมูลค่าได้ 40% ส่วนหลักประกันเดิมที่มีการประกาศไว้แล้ว ได้แก่ จากเดิมที่มี เงินสด หักมูลค่าได้ 100% อสังหาริมทรัพย์ หักมูลค่าได้ 90% ของราคาประเมิน เป็นต้น” นางสาวยุพินกล่าว

นางสาวยุพินกล่าวว่า ธปท. ยังได้เพิ่มประเภทผู้ประเมินราคาหลักทรัพย์ ได้แก่ ที่ปรึกษาทางการเงิน (เอฟเอ) ผู้สอบบัญชี ที่ต้องไปอบรมความรู้ในการประเมินราคาสินทรัพย์เพิ่มเติมจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อน รวมทั้ง ผู้บังคับหลักประกัน ซึ่งต้องสอบใบอนุญาตจากกรมธุรกิจการค้า และยังได้แนวนโยบายการประเมินราคาของสถาบันการเงินเพื่อให้มีความชัดเจนในเรื่องวิธีการประเมินราคาหลักประกัน และอยู่ระหว่างหารือร่วมกับสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทยและสมาคมผู้ประเมินทรัพย์สินแห่งประเทศไทยเพื่อจัดทำกรอบการประเมินมูลค่ากิจการและทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อรองรับกฎหมายดังกล่าวด้วย คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางเดือนกรกฎาคมนี้