นางพิมลวรรณ มหัจฉริยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะมีแรงกระตุ้นมากขึ้น จากความคืบหน้าโครงการลงทุนภาครัฐ การเบิกจ่ายงบกลางปี และการลงทุนภาคเอกชนที่เกี่ยวเนื่องกับนโยบายภาครัฐ แต่ก็ต้องติดตามผลกระทบต่อเนื่องจากกรณีเบร็กซิท การส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และผลประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จึงคาดว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังน่าจะขยายตัวได้ประมาณ 2.9% ส่งผลให้ทั้งปี 2559 ขยายตัวประมาณ 3% โดยที่การส่งออกน่าจะติดลบในอัตราที่ใกล้เคียงกับในครึ่งปีแรก ซึ่งคาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ -2.0%
“ผลกระทบเบร็กซิทต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยนอกจากผลกระทบที่มีต่อตลาดการเงินแล้ว ในเบื้องต้นคาดว่าจะกระทบกับภาคการส่งออก การท่องเที่ยวและการลงทุน ในกรณีพื้นฐานคาดว่าจะกระทบผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ประมาณ 0.07% หรือประมาณ 10,000 ล้านบาทในปี 2559 และ 0.2% ในปี 2560 จากการอ่อนค่าของเงินปอนด์และการชะลอตัวของเศรษฐกิจอังกฤษเป็นหลัก” นางพิมลวรรณกล่าว
นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ผลกระทบทางตรงจากกรณีเบร็กซิทต่อภาคการเงินไทย ทำให้การเคลื่อนไหวของเงินบาทมีความผันผวน แต่สถาบันการเงินไทยมีสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง จึงมั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับความผันผวนของเงินทุนในรอบนี้ได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งการประคองอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำอาจจะต้องเฝ้าระวังในเรื่องหนี้ครัวเรือนที่คงค้างระดับสูงซึ่งคาดว่าทั้งปี 2559 จะอยู่ที่ 83-84% พฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า (Search for yield) ของนักลงุทน และความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย

