หน้าแรก Uncategorized ‘แกเร็ธ...

‘แกเร็ธ เวลส์’ vs ‘โปรนัลโด้’ ศึกที่มีค่ามากกว่าตั๋วรอบชิง

3.07.16 | 12:33 น.
ภาพจาก www.telegraph.co.uk

“มังกรแดง” เวลส์ และ “ฝอยทอง” โปรตุเกส โคจรมาเจอกันในรอบรองชนะเลิศ ยูโร 2016 แบบย้อนแย้ง เวลส์เข้ามาในฐานะทีมรองบ่อนที่โชว์ผลงานได้สุดอลังการ ขณะที่โปรตุเกสเป็นหนึ่งในทีมเต็ง แต่ผ่านเข้ารอบมาด้วยการไม่ชนะใครเลยในเวลา 90 นาทีของการแข่งขัน

แต่นี่แหละ คือ เสน่ห์ของโลกฟุตบอล

FBL-EURO-2016-MATCH45-POL-POR

ในขณะที่เวลส์เหมือนจะประสบความสำเร็จเกินเป้าที่วางไว้มากแล้ว แต่พวกเขาคงไม่อยากหยุดเส้นทางของตัวเองไว้แค่นี้ ส่วนโปรตุเกสที่ยังควานหาแชมป์ฟุตบอลระดับเมเจอร์แรกในประวัติศาสตร์ ก็ไม่อยากให้เวลส์มาขวางทางพวกเขาเช่นกัน ในยุคที่ดินแดนฝอยทองมี ยูเซบิโอ ก็ไปไกลได้สุดในรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 1966 ด้วยความพ่ายแพ้ต่อ “เจ้าภาพ” อังกฤษ 1-2 ในวันที่มี หลุยส์ ฟิโก้ นักเตะค่าตัวแพงที่สุดของโลกในช่วงหนึ่ง ก็กรุยทางเข้าสู่รอบไฟนัลของยูโร 2004 ในประเทศตัวเอง แต่ฝันค้าง พ่าย กรีซ 0-1 คาบ้าน ทำเอาน้ำตาท่วมประเทศ และในยุคที่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลก แต่ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า จะพาทีมชาติไปสู่ความสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภาพจาก www.uefa.com
ภาพจาก www.uefa.com

สิ่งหนึ่งที่น่าจับตามองของแมตช์นี้ คือ การเจอกันเองของสองเพื่อนร่วมทีม แกเร็ธ เบล และโรนัลโด้ สองสตาร์ดังแห่ง รีล มาดริด ที่เพิ่งผนึกกำลังช่วยทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกมาครองได้ก่อนจะมาแยกทีมลุยยูโร 2016

Advertisement

เบลถูกมองว่าเป็นเบอร์สองรองจากโรนัลโด้เสมอ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะมีค่าตัวในการย้ายทีมแพงที่สุดในโลกและทำลายสถิติของซุปเปอร์สตาร์โปรตุกีสก็ตาม

หรือถ้ามองแยกส่วนกัน เบลกับรีล มาดริด คงยังเทียบโรนัลโด้ไม่ได้ ในทางกลับกัน โด้กับโปรตุเกสยังคงเป็นรองเบลแห่งมังกรเวลส์

FBL-EURO-2016-MATCH38-WAL-NIR

เทเลกราฟ สื่อของอังกฤษวิเคราะห์ว่า เบลไม่ได้เล่นแค่เกมรุกกับทีมชาติตัวเองเท่านั้น เมื่อทีมต้องตั้งรับ เบลก็จะพาตัวเองลงต่ำเพื่อไปช่วยป้องกันแนวรุกคู่ต่อสู้ด้วย แถมยังเป็นตัวพลิกเกมจากการตั้งรับเป็นเกมสวนกลับด้วยความไวได้ด้วย ซึ่งตรงตามแผนที่ คริส โคลแมน กุนซือเวลส์ต้องใช้ในการสู้กับทีมที่แข็งแกร่งกว่า ขณะที่โรนัลโด้ลอยตัวเองอยู่ในแนวรุกเป็นส่วนใหญ่ เมื่อบอลมาไม่ถึงตัว ความอันตรายก็ไม่เกิด

สตาร์ดังของเวลส์มีสถิติการสกัดบอลจากคู่แข่งดีกว่าดาวยิงคนอื่นๆ อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังมีความโดดเด่นในการเล่นเป็นตัวรุกอีกด้วย เนื่องจากโคลแมนใช้ระบบ 4-5-1 ซึ่งนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของโลกจะเป็นตัวอิสระที่อยู่ได้ทุกจุดของสนามที่มีประโยชน์ต่อทีม ปั่นป่วนเกมรับทีมตรงข้ามได้ทั้งฝั่งซ้าย ฝั่งขวาและตรงกลาง

ความเร็วก็เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของเขา กองหลังน้อยคนจะไล่ตามทัน และด้วยร่างกายที่แข็งแรงมาก การปะทะกับกองหลังในจังหวะมีบอลในเท้าก็ไม่ใช่ว่าจะเอานักเตะคนนี้อยู่เสมอไป อย่างไรก็ตามมีการวิเคราะห์ว่า รูปแบบการเลี้ยงบอลในยุคนี้ไม่ใช่การพาบอลจี้เข้าหากองหลังเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นการสปีดไปหาช่องว่างเตรียมรับบอลและพาบอลไปหาช่องเพื่อจ่ายให้เพื่อนร่วมทีมสร้างสรรค์โอกาสได้ด้วย

หลายคนอาจจะบอกว่า เบลเป็นตัวรุก แล้วทำไมถึงเอาสถิติเกมรับมาอ้างอิง ลองมาดูสถิติเกมรุกกันบ้าง ใน 5 นัดของโรนัลโด้มีโอกาสง้างขายิง 32 ครั้ง เข้ากรอบ 9 คิดออกมาเป็น 28.1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนเบลเล่นมา 4 นัด(ไม่นับรวมแมตช์ที่ชนะเบลเยียม 3-1) ได้ลุ้นประตู 20 ครั้ง เข้ากรอบ 14 คิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ และเบลยิงได้ 3 โรนัลโด้ 2 บวกแอสซิสต์อีกหนึ่ง

เรียกได้ว่านาทีทีนี้ ดาวยิงเวลส์ทำได้ดีกว่ายอดนักเตะโปรตุกีสทุกอย่างในยูโร 2016 ถ้าโรนัลโด้จะทวงความเป็นเบอร์หนึ่งกลับมา ก็คงต้องนำทีมชนะเวลส์ เพื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศให้ได้

แต่ถ้าทำไม่ได้ คู่แข่งของเจ็ตโด้ในการเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของโลก คงไม่ใช่ ลิโอเนล เมสซี่ แค่คนเดียวอีกต่อไป