ซุปเปอร์สตาร์เฉพาะกิจ บทเรียนจากฟุตบอลโลก 2002

บ่อยครั้งที่จะได้เห็นนักเตะหน้าใหม่ฉายแววเจ๋งในฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ โดยเฉพาะกับทีมม้ามืดที่แข้งหลายคนไม่ได้เป็นที่รู้จัก แต่กลับเล่นได้อย่างโดดเด่น ทำให้หลังจบทัวร์นาเมนต์จะมีสโมสรรุมตอมแย่งนักเตะเหล่านี้ไปร่วมทีม

อย่างไรก็ตาม มีการนำเอาตัวอย่างของ ฟุตบอลโลก 2002 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นมาชำแหละว่า ฟุตบอลโลกหนนั้นมีความคล้ายคลึงกับ ยูโร 2016 คือมีนักเตะหน้าใหม่ที่ทำผลงานได้ดีหลายคน และมีการทุ่มเงินคว้าตัวกันไป แต่กลับทำผลงานได้ไม่ดีหรืออาจจะไม่ดีเท่าในวันที่เล่นกับทีมชาติ

เซเนกัล ในฟุตบอลโลก 2002 ทำผลงานช็อกโลกด้วยการเอาชนะ “แชมป์เก่า” ฝรั่งเศส 1-0 ในนัดเปิดสนาม ชื่อของนักเตะ เอล ฮัดจิ ดิยุฟ กองหน้าความเร็วสูง ซาลิฟ ดิเยา มิดฟิลด์ตัวเก่ง รวมทั้ง ปาป้า บูบ้า ดิย็อป ผู้ยิงประตูชัยในแมตช์นั้นโด่งดังขึ้นมาในช่วงข้ามคืน ดิยุฟกับดิเยาไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ดิยุฟอยู่กับทีม 3 ฤดูกาล ยิงได้ 3 ประตู ดิเยาอยู่ 5 ปี ลงเล่นแค่ 37 นัด

แอสตัน วิลล่า ในยุคที่ เกรแฮม เทย์เลอร์ คุมทัพ ทุ่มเงินซื้อ มาร์คุส ออลบัค กองหน้า สวีเดน อูลิเซส เดอ ลา ครูซ แบ๊กขวา เอกวาดอร์ และ มาร์ก คินเซลล่า มิดฟิลด์ ไอร์แลนด์ มาร่วมทีม ซึ่งทั้งสามคนก็ทำผลงานได้ดีระดับหนึ่งในฟุตบอลโลก แต่กลับตาลปัตรเมื่อเล่นให้สโมสรใหม่ ออลบัคยิง 6 ลูก ใน 2 ฤดูกาล เดอ ลา ครูซ กับ คินเซลล่าเล่นไม่คุ้มราคา วิลล่าจบฤดูกาลที่อันดับ 16 เทย์เลอร์ลาจากทีมไป

ความผิดพลาดเหล่านี้เกิดกับทีมยักษ์ใหญ่อีกหลายทีม ปี 2003 ลีดส์ ยูไนเต็ด ในยุครุ่งเรืองได้ตัว โรเก้ จูเนียร์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟบราซิลชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 แต่ไม่สามารถช่วยให้ลีดส์หนีตกชั้นได้

เคลแบร์สัน ยอดกองกลางทีมแซมบ้าชุดแชมป์โลกอีกคนมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับทีมมากนัก 3 ปี 20 นัด 2 ประตู ติดโผการซื้อตัวนักเตะยอดแย่ของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เสียด้วย

ยูโร 2016 ไอร์แลนด์เหนือ ไอซ์แลนด์ เวลส์ ฮังการี สโลวาเกีย พุ่งแรงขึ้นมาด้วยการปราบทีมใหญ่ และเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายกันได้เป็นอย่างน้อย

ฮังการีมีนักเตะที่ฉายแววเด่นหลายคน อดัม นาเก้ กองกลางวัย 20 ปีทำผลงานได้ดีมาก ลาสโล่ ไคลน์ไฮส์เลอร์ มิดฟิลด์อนาคตไกลถูก แวร์เดอร์ เบรเมน คว้าตัวไปเรียบร้อยแล้ว บาลาซส์ ชูชาก กัปตันทีมถูกยกให้เป็น 10 กองกลางยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ แต่ถ้ามองผลงานในสโมสรกับ บูซาร์สปอร์ ในลีกตุรกีแล้ว ก็ไม่ได้หวือหวาอะไร

นักเตะไอซ์แลนด์หลายคนเนื้อหอมขึ้นมาทันที แร็กนาร์ ซิกูร์ดส์สัน กองหลังตัวแกร่งได้รับความสนใจจาก เลสเตอร์ และ สเปอร์ส ฮานเนส ฮัลดอร์สสัน นายทวารมือหนึ่งที่เล่นในลีกนอร์เวย์ โยฮันน์ กุ๊ดมุนด์สัน มิดฟิลด์ที่เพิ่งตกชั้นไปลีกวันกับ ชาร์ลตัน อาร์นอร์ เทราสตาสัน ค้าแข้งในลีกสวีเดน

อารอน กุนนาร์สสัน กัปตันทีมที่มีลูกทุ่มไกลเป็นเอกลักษณ์ ก็มีโอกาสที่จะย้ายไปเล่นให้ทีมที่ใหญ่กว่าทั้งนั้น ทั้งๆ ที่ฟอร์มกับสโมสรไม่ได้น่าจับตามอง แม้กระทั่ง โคลเบน ซิกธอร์สสัน กองหน้าที่ยิงประตูเขี่ย อังกฤษ ตกรอบ 16 ทีม ยิงไปเพียง 4 ลูกใน 29 นัดกับ น็องต์ ไม่ได้อยู่ในวิสัยที่น่าจับจองมาเป็นกองหน้าตัวความหวัง

ฮัล ร็อบสัน-คานู ยิง 2 ประตูสำคัญในยูโรให้เวลส์ แต่เพิ่งถูก เรดดิ้ง ในลีกเดอะ แชมเปี้ยนชิพปล่อยตัว เจมส์ เชสเตอร์ แนวรับตัวสำคัญของเวลส์ลงเล่นแค่ 9 นัดให้เวสต์บรอมวิชเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ไมเคิล แม็คโกเวิร์น นายทวารสุดหนึบของไอร์แลนด์เหนือ ยังเป็นนักเตะไม่มีสังกัดหลังหมดสัญญากับ แฮมิลตัน อคาเดมิคัล ในลีกสก๊อต

สิ่งเหล่านี้บ่งบอกว่าฟุตบอลระดับสโมสรในลีกชั้นนำและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ต้องการมาตรฐานของนักเตะที่สูงกว่ารอบแบ่งกลุ่มระบบ 24 ทีมในยูโร 2016 หรือในอีกทางหนึ่ง นักเตะฝีเท้าระดับกลางๆ มักจะมีแรงผลักเมื่อสวมเสื้อทีมชาติลงเตะในสนาม และพร้อมจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อบ้านเกิดของตัวเอง

spo02060759p2

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เข็ดไหม! แฟนสวิสถูกปรับ500ยูโร พุ่งลงสนามหา’โด้’
บทความถัดไปบอร์ดกทค.สั่งเอไอเอสจ่าย160ล้านค่าเยียวยาคลื่น900 ส่วนทรูรอเคาะอีก2สัปดาห์