โปรตุเกส ทะลุเข้าชิงชนะเลิศ ถือเป็นอีกหนังเซอร์ไพรส์ของ ยูโร 2016 แม้จะมี โรนัลโด้ แต่ถ้าดูฟอร์มจากรอบแรก และรอบน็อกเอาต์อีก 2 นัด ก็คงหาคนเชื่อมือทีมฝอยทองยากเต็มที
โปรตุเกสเสมอ 3 นัดรวดในรอบแรก รอบ 16 ทีมต่อเวลาเฉือน โครเอเชีย ตามด้วยยิงลูกโทษชนะ โปแลนด์ โรนัลโด้ทำได้ 2 ประตู แต่แทบจะหาความประทับใจไม่เจอ นักเตะครึ่งทีมก็เป็นดาวรุ่งโนเนม แฟนบอลไม่รู้จัก
ถ้าบอกว่าเป็นทีมโปรตุเกสชุดที่แย่ที่สุดในรอบ 10 ปี ก็คงเถียงไม่ขึ้น
การผ่านเข้าชิงส่วนหนึ่งมาจากความเฮงที่อยู่สายบน เจอทีมไม่แข็ง ไม่ต้องสู้กับพวกกระดูกขัดมันอย่าง ฝรั่งเศส, อิตาลี, เยอรมัน หรือ สเปน
แต่อีกมุมกลายเป็นว่าข้อด้อยของทีมดันพลิกมาเป็นจุดแข็ง โปรตุเกสใช้นักเตะดาวรุ่ง ประสบการณ์น้อยหลายคน ทำให้ขาดความคม เพราะไม่เก๋า แต่ก็ได้ความสด ความฟิต วิ่งไม่มีหมดเข้ามาชดเชย
ไอ้พลังหนุ่มของทีมนี่แหละที่พาโปรตุเกสเข้าชิงชนะเลิศ
แน่นอนว่า โรนัลโด้, นานี่, เปเป้ ยังเป็นเสาหลัก แต่พวกที่เป็นพลังขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้ากลับอยู่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง เรนาโต้ ซานเชส, เจา มาริโอ, ดานิโล่ รวมทั้ง ราฟาเอล เกอร์เรโร่
เรนาโต้ ซานเชส มิดฟิลด์ตัวรุกวัย 18 ปี จาก บาเยิร์น มิวนิก กล้าเล่นกล้าลุย การกระชากบอลติดเท้าไปข้างหน้าของเขา ทำให้โรนัลโด้สามารถฉีกหาที่ว่างได้ดีขึ้น
เจา มาริโอ กับ ดานิโล่ 2 มิดฟิลด์ตัวกลางนอกจากแข็งแกร่งยังเทคนิคดี, ดีขนาดเบียดรุ่นพี่ เจา มูตินโญ่ หลุดไปเป็นตัวสำรอง ส่วนราฟาเอล เกอร์เรโร่ คือแบ๊กที่เล่นเกมรุกแจ๋ว เปิดบอลเข้ากลางแม่นยำ
กุนซือ เฟร์นานโด ซานโตส ใจถึงที่เชื่อมั่นในตัวดาวรุ่ง และที่จริงโปรตุเกสชุดสร้างทีมใหม่ชุดนี้ก็น่าจะไปหวังผลได้มากกว่าในฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งเด็กๆ ในทีมจะเก๋าขึ้น เก่งขึ้นอีก 2 ปี
แต่การเสี่ยงของกุนซือซานโตสกลับถูกแจ๊กพ็อต กลายเป็นผสมสูตรได้เหมาะเจาะ ถึงเล่นไม่ค่อยชัวร์ ไม่ค่อยสวย แต่นักเตะขยันวิ่ง ขยันไล่ต่างจากชุดก่อนๆ ที่เน้นเทคนิคอย่างเดียว ถ้ายังยึดติดกับตัวเดิมๆ ผลก็คงออกมาเหมือนเดิมคือเป็นขวัญใจคนดู แต่ตกรอบ สู้เปลี่ยนแนวไปเลย ลองตัวใหม่ไปเลย ยังอาจจะมีลุ้นมากกว่า หรืออย่างน้อยก็ถือว่าซื้ออนาคตเตรียมไว้ลุยบอลโลกล่วงหน้า
สุดท้ายเมื่อผลออกมาเป็นโปรตุเกสผ่านเข้าชิง จึงเท่ากับการทดลองคราวนี้ได้ผล 2 เด้ง ทีมประสบความสำเร็จเกินเป้า นักเตะก็โตเร็วเกินคาด
ไม่ว่านัดชิงจะชนะหรือแพ้ โปรตุเกสฟันกำไรกลับบ้านเพียบ

