เด็กๆ ต้องจำให้ขึ้นใจ 6 สิ่งป้องกันโควิด-19 ก่อนโรงเรียนเปิดเทอม
กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางกรอบแนวทางพร้อมจัดทำคู่มือ 6 มิติ ตามข้อเสนอองค์การเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติและองค์กรภาคี เตรียมพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงมาตรการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย (WHO Thailand) องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดทำคู่มือเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา ตามที่องค์การเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติและองค์กรภาคี ได้เสนอกรอบแนวทาง 6 มิติ เชื่อมโยงกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19 ของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) (ศบค.) เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของนักเรียน
พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า รายละเอียดประเด็นสำคัญในแต่ละมิติ ประกอบด้วย มิติด้านความปลอดภัยจากการลดการแพร่เชื้อโรค มีมาตรการ 1.คัดกรองวัดไข้และอาการเสี่ยงก่อนเข้าสถานศึกษา 2.สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา 3.จัดจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์อย่างเพียงพอ 4.จัดระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร 5.ทำความสะอาดห้องเรียน/พื้นผิวสัมผัสร่วม 6.เปิดหน้าต่างประตู ระบายอากาศ 7.ไม่จัดกิจกรรมรวมกลุ่มคนจำนวนมาก 8.เหลื่อมเวลา ลดเวลาทำกิจกรรม มิติด้านการเรียนรู้ จัดหาสื่อให้ความรู้การป้องกันโรคโควิด-19 เตรียมพร้อมการเรียนรู้ตามวัยและพัฒนาการ สร้างความเข้มแข็งระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน การจัดการความเครียด รับมือกับการเปลี่ยนแปลง มิติด้านการครอบคลุมถึงเด็กด้อยโอกาส เด็กพิเศษ เด็กในพื้นที่ห่างไกล จัดหาอุปกรณ์ล้างมือและหน้ากากผ้าให้เพียงพอ ปรับรูปแบบการเรียนการสอน รวมทั้งให้ได้รับบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง มีมาตรการดูแลนักเรียนที่มีความบกพร่องด้านพัฒนาการการเรียนรู้
พญ.พรรณพิมล กล่าวต่อว่า มิติด้านสวัสดิภาพและการคุ้มครอง เตรียมแผนรองรับการเรียนสำหรับนักเรียนป่วย กักตัว หรือกรณีปิดสถานศึกษา แนวปฏิบัติการสื่อสารเพื่อลดการรังเกียจและการตีตราทางสังคม การจัดการความเครียดของครู ตรวจสอบประวัติเสี่ยงบุคลากร/นักเรียน มิติด้านนโยบาย ชี้แจงคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งคณะทำงานรับผิดชอบ และกำหนดบทบาทหน้าที่ชัดเจน มีแผนงานโครงการรองรับ สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ครู บุคลากร ผู้ปกครอง และนักเรียนให้มีทักษะการป้องกันโรค สถานศึกษาประเมินตนเองเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนผ่านระบบออนไลน์ของกระทรวงศึกษาธิการ/ Thai STOP COVID กรมอนามัย เสริมสร้างวัคซีนชุมชนในสถานศึกษา และมิติด้านการบริหารการเงิน พิจารณาการใช้งบประมาณของสถานศึกษาในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด 19 ตามความจำเป็นและเหมาะสม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ป้องกันโรค
“ขอเน้นย้ำหลักปฏิบัติ 6 ข้อในสถานศึกษา ทั้งการคัดกรองวัดไข้ สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ทำความสะอาด และลดแออัด เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องทำอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน ปลอดภัย” พญ.พิมลกล่าวและว่าสธ.ได้จัดทำแนวปฏิบัติการจัดการหอพักนักเรียนประจำ โดยผู้ดูแลหอพัก นักเรียนในหอพัก ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ เน้นการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง ห้องส้วม จัดห้องนอน ห้องอาหาร เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 1-2 เมตร เปิดประตูหน้าต่าง ห้องพัก ระบายอากาศทุกวัน และมีการกำกับติดตาม
ส่วนเรื่องของการนั่งรถรับ-ส่งนักเรียน พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า มีการหารือกันเพื่อออกเป็นแนวทาง ขณะนี้ขอเป็นความร่วมมือจากผู้ขับรถรับส่งที่เป็นระบบ ซึ่งอาจเป็นการติดต่อกันเองระหว่างผู้ปกครองและผู้ขับรถ แต่จะต้องลงทะเบียนและแจ้งให้กับทางโรงเรียน พร้อมทำความซักซ้อมกันว่าจะมีการดูแลพื้นฐานป้องโรคอย่างไร เช่น ทำความสะอาดรถทุกวันก่อน-หลังรับส่งนักเรียน ภายในรถต้องมีผู้ดูแลนักเรียนที่ไม่รวมผู้ขับ ผู้ขับรถต้องสวมหน้ากากอนามัยขณะขับรถ ส่วนรถสาธารณะ นักเรียนจะต้องสวมหน้ากากอนามัย-เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลตลอดเวลาขณะนั่งรถ
พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า ช่วงที่มีการเปิดเรียนหากเกิดพบว่ามีนักเรียนที่ป่วย จะต้องสอบสวนโรคและซักประวัติว่าเกิดจากความเสี่ยงใด หากพิจารณาว่าความเสี่ยงไม่ได้มาจากโรงเรียนหรือเป็นการติดจากกลุ่มนักเรียนและไม่มีการสัมผัสไปยังกลุ่มอื่น ก็จะไม่มีการปิดโรงเรียนทั้งโรง อาจจะปิดเพียงห้องเรียนหรือพิจารณาเป็นรายๆ ไป
เมื่อถามว่าการสวมใส่หน้ากากอนามัยสำหรับเด็กเล็กจะส่งผลอันตรายหรือไม่ พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า โดยส่วนใหญ่แล้วไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ สวมใส่หน้ากากอนามัย แต่การไปโรงเรียนหรือเปิดภาคเรียนจะเป็นเด็กที่อายุมากกว่า 2 ขวบครึ่งไปแล้ว ซึ่งสามารถใส่หน้ากากอนามัยได้ปกติ และผู้ปกครองและครูจะต้องให้คำแนะนำกับเด็กว่าจะสวมใส่อย่างไร พร้อมด้วยสังเกตการณ์ส่งสัญญาณว่า เด็กรู้สึกอึดอัดหรือหายใจไม่สะดวก ครูจะต้องเข้าไปใส่แนะนำให้การสวมใส่ให้ถูกต้อง






