เหมือนดั่งที่บอกไว้ก่อนว่าช่วงนี้เป็นห้วงเวลาชีพจรลงเท้า
สัปดาห์ที่แล้วลงใต้ สัปดาห์นี้ขึ้นเหนือ
แวะเวียน เทศบาลตำบลหนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ แล้วไปเยี่ยมเยียน เทศบาลตำบลแม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
การแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนนี้ไปพร้อมกับสถาบันพระปกเกล้า ตามโครงการรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่น
รางวัลพระปกเกล้าทองคำ !
รางวัลนี้เป็นรางวัลต่อยอดจากรางวัลพระปกเกล้าที่มอบแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความโดดเด่น
โดดเด่นด้านการมีส่วนร่วมและโปร่งใส
โดดเด่นด้านเครือข่ายและโดดเด่นด้านสมานฉันท์
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไหนผ่านเกณฑ์จะได้ใบประกาศ หากถึงระดับเยี่ยมยอดจะได้โล่
ถ้าได้โล่มาแล้ว 2 ปี จะขยับเข้าสู่รางวัลที่เรียกว่า “รางวัลพระปกเกล้าทองคำ”
ปี 2559 มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าข่ายเกือบ 20 แห่ง
ในจำนวนนี้มีเทศบาลตำบลหนองควาย เทศบาลตำบลแม่สะเรียง รวมอยู่ด้วย
ระหว่างเดินทาง มีโอกาสพบกับ นายสุริยา อร่ามวงค์ ประธานกรรมการอิสลามจังหวัดแม่ฮ่องสอน
เป็นประธานกรรมการอิสลามแม่สะเรียง และมีตำแหน่งในคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยด้วย
พบกับนายสุริยาสุดคุ้ม เพราะมีโอกาสได้ฟังหลักคำสอนศาสนาอิสลาม เป็นหลักคำสอนที่ฟังแล้วสบาย..เย็นใจ
เสียดายที่มีเวลาน้อย สิ่งที่ได้ฟังจึงน้อยกว่าชาวแม่สะเรียง
ชาวแม่สะเรียงไม่ว่าจะเป็นพุทธ คริสต์ อิสลาม หรือใครก็ตามที่สนใจ ล้วนมีโอกาสได้ฟังหลักคำสอนทางศาสนาเช่นนี้
หลายคนอาจติดภาพความไม่ปรองดองกันในบางพื้นที่
แต่สำหรับที่แม่สะเรียง ที่นั่นไทยพุทธ มุสลิม คริสต์ อยู่กันอย่างสันติสุข
แต่ละศาสนาแต่ละความเชื่อ อยู่กันอย่างปรองดอง
ไร้ความหวาดระแวงกันและกัน !
ทุกคนมีโอกาสเรียนรู้กันและกัน
นายสุริยาจึงมีความรู้ทั้งคัมภีร์อัลกุรอ่าน และรู้หลักธรรมคำสอนของชาวพุทธด้วย
เช่นเดียวกับพี่น้องชาวแม่สะเรียงที่มีความรู้หลักศาสนาอิสลามจากมัสยิดที่นั่น
ในวันที่ไป ชาวคณะมีโอกาสเยือนมัสยิดแม่สะเรียง พบว่าภายในสะอาดสะอ้าน สงบ ร่มเย็น
ด้านข้างมีบอร์ดแสดงประวัติของชุมชนมุสลิมที่แม่สะเรียง
บอกเล่าเส้นทางชาวมุสลิมที่เดินทางจากย่านบังกลาเทศ ปากีสถาน ผ่านพม่าเข้ามาไทยเพื่อทำการค้า
แม่สะเรียงอยู่ห่างจากแม่น้ำสาละวิน 50 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้พม่ามากกว่าไทย
แม่สะเรียงจึงค้าขายกับพม่ามากกว่า
รุ่นพ่อของนายสุริยา ณ บริเวณมัสยิด มีท่าช้างซึ่งเป็นพาหนะสมัยก่อน
ชาวแม่สะเรียงรักสงบ อยู่กันอย่างสันติ มาช้านาน…
ความสงบสันติสืบต่อจากรุ่นสู่อีกรุ่น
พุทธ คริสต์ อิสลาม อยู่ร่วมกันอย่างไร้ปัญหา
ไทยพื้นราบ และชาวเขา 10 กว่าเผ่าอยู่กันอย่างผาสุก
เทศบาลตำบลแม่สะเรียงคอยเป็นพี่เลี้ยงจัดกิจกรรมต่อเนื่อง
ทุกกิจกรรมหล่อเลี้ยงให้ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม รวมถึงชาวไทยภูเขา ไทยพื้นราบสมัครสมานปรองดอง
ได้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกันอยู่อย่างนี้จนสนิทกันเหมือนญาติ
คนเราพอคุ้นเคยสนิทกันแล้ว ปรองดองก็บังเกิด
เพียงแต่ในขณะนี้ ความขัดแย้งนอกพื้นที่กำลังแผ่เข้ามารบกวนคนในพื้นที่
มัสยิดในพื้นที่อื่นๆ อาจเป็นพื้นที่ทางศาสนาเพียงอย่างเดียว
แต่สำหรับมัสยิดที่แม่สะเรียง นายสุริยาเปิดให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ภายใต้แนวคิด “อินทผาลัมโมเดล”
“อินทผาลัม” เป็นผลไม้ที่มัสยิดแม่สะเรียงได้รับมาจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากในช่วงเทศกาลทางศาสนา
จำนวนที่มากนั้น ทำให้นายสุริยาคิดนำไปเผื่อแผ่ให้แก่ผู้มาเยือนมัสยิดแม่สะเรียง
ใครที่ไปเยือนมัสยิดจะได้รับผลไม้มงคล “อินทผาลัม” นี้ไปคนละถุง
นอกจากให้ของกิน ยังให้ความรู้
ใครที่อยากทราบเรื่องราวอันแท้จริงของอิสลาม ให้ไปเยือนที่มัสยิดแม่สะเรียง
อยากทราบเรื่องฮาลาล ตราประทับสินค้าอิสลาม ให้ไปเยือนที่มัสยิดแห่งนั้น
ไปแล้วจะทราบว่าฮาลาลของไทยได้รับความเชื่อถือระดับโลก
ได้รับความเชื่อถือถึงขนาดเป็นสินค้าส่งออกที่ดีอย่างหนึ่งของไทยได้เลย
แต่เสียดายที่ความวุ่นวาย ทำให้โอกาสสูญเสีย
นายสุริยาได้เปิดพื้นที่มัสยิดเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาสักพัก และได้รับการตอบรับจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี
ขณะนี้แนวคิด “อินทผาลัมโมเดล” กำลังขยายไปสู่มัสยิดอื่น
แนวคิดเปิดพื้นที่มัสยิดให้เป็นพื้นที่ของการเรียนรู้ร่วมกันกำลังผลิดอกออกใบ
นายสุริยาบอกว่า ทุกอย่างที่ทำ อยู่ภายใต้หลักการศาสนาอิสลามทั้งสิ้น
อย่างเช่น การอุทิศตนเพื่อสังคม ซึ่งนายสุริยากระทำอยู่ทุกวันนี้ ก็เป็นไปตามคำสอน
คำสอนที่ให้เป็น “มือบน” ไม่เป็น “มือล่าง”
“มือบน”คือ “ผู้ให้” “มือล่าง” คือ “ผู้รับ”
นายสุริยาบอกว่า อิสลามสอนให้เป็น “ผู้ให้”
นายสุริยาได้ดำรงตนในฐานะ “ผู้ให้” มาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน
และตั้งใจจะเป็น “ผู้ให้” ต่อไปตลอดกาล
โอ้ หากสังคมไหนมีแต่ผู้คิดที่จะให้ สังคมนั้นย่อมมีความสุขมากกว่าสังคมที่มีแต่คิดที่จะรับ
แม่สะเรียงมีผู้ให้มากกว่าผู้รับ
แม่สะเรียงจึงสันติสุขมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

