สุจิตต์ วงษ์เทศ : คันคากปลุกระดมมดปลวก ‘ประท้วง’ และ ‘ปะทะ’ แถน

วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ปีที่ 43 ฉบับที่ 15600 มติชนรายวัน คันคากปลุกระดมมดปลวก "ประท้วง" และ "ปะทะ" แถน คอลัมน์ สุจิตต์ วงษ์เทศ ม็อบนักเรียน - กลุ่ม "นักเรียนเลว" ร่วมกับกลุ่ม "ม็อบเฟสต์" และภาคีนักเรียนทั่วประเทศ จัดกิจกรรมเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และนำคนมาสวมชุดไดโนเสาร์สะท้อนระบบการศึกษา มีนักเรียนมัธยมศึกษารวมทั้งประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน

มดปลวกแร้งกาและคางคก ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของคนตัวเล็กตัวน้อยต้องตรากตรำต้านทานอำนาจไม่เป็นธรรมของคนตัวใหญ่ตัวโต ในคำบอกเล่า (นิทาน) เรื่องคันคากของชาวบ้านลุ่มน้ำโขงนับพันปีมาแล้ว

เรื่องย่ออย่างสั้นที่สุดมีว่าชาวนาชาวไร่เดือดร้อนเพราะฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล อันเนื่องจาก การกระทำมิชอบของแถนผู้มีอำนาจรวมศูนย์ โดยกักน้ำฝนไว้บนฟ้าแล้วไม่ปล่อยตกไหลลงดินให้ชาวนาทำนาปลูกข้าวไว้กิน

คันคากจึงระดมเพื่อนสนิทมิตรสหายสารพัดสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยจัดขบวนยกขึ้นฟ้าเพื่อประท้วง-ปะทะและเจรจากับแถน (คันคากเป็นคำลาว ตรงกับคำไทยว่าคางคก) มีความเคลื่อนไหวเป็นลำดับดังนี้

(1.) ปลวกขนดินทำทางขึ้นฟ้า (2.) คันคากพร้อมขบวนสารพัดสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเดินขึ้นฟ้าตามทางที่ปลวกทำไว้ โดยมีกลุ่มนำหน้าเป็นกบเขียดแร้งกา (3.) แถนเสกงูพิษไล่กัดกบเขียดเป็นซากเกลื่อนกลาด นับแต่บัดนั้นจนบัดนี้กบเขียดก็กลัวงู (4.) คัน คากบอกแร้งการุ้งเหยี่ยวจิกกินงูพิษจนหมดไป (5.) แถนเสกหมาออกไล่แร้งการุ้งเหยี่ยวบินหนี นับแต่บัดนั้นจนบัดนี้รุ้งเหยี่ยวแร้งกากลัวหมา

(6.) คันคากบอกลิงกับอีเห็นไล่หมา แต่หมาไม่กลัวก็ไล่งับอีเห็นกับลิงวิ่งหนี นับแต่บัดนั้นจนบัดนี้อีเห็นกับลิงกลัวหมาไล่งับ (7.) คันคากเอาใหม่บอกเสือออกไล่หมา พวกเสื้อทั้งไล่ทั้งกินหมา นับแต่บัดนั้นจนบัดนี้บรรดาหมาพากันกลัวเสือ

(8.) แถนเสกกะต่ำดักจับเสือ จนถูกบริวารแถนฆ่าเสือตายคากะต่ำ นับแต่บัดนั้นจนบัดนี้เสือทั้งหลายกลัวกะต่ำ (กะต่ำเป็นเครื่องมือดักสัตว์ใหญ่ เช่น เสือ)

(9.) คันคากบอกผึ้ง, มิ้ม, ต่อ, แตน พากันบินไปกัดต่อยช้างม้าบริวารของแถนแล่นหนีล้มตายกระจายไป แถนก็เสกมนต์เพลิงไฟเผารมควันผึ้งมิ้มต่อแตนมอดไหม้ดิ้นตาย นับแต่บัดนั้นจนบัดนี้คนทั้งหลายได้รู้ว่าใช้เพลิงไฟรมควันไล่ผึ้งมิ้มต่อแตนสำเร็จ

(10.) คันคากบอกมอดทำงานลับเล็ดลอดดอดตอนกลางคืนไปแทะแกะกัดตัดทอนปืนผาหน้าไม้ของ้าวหลาวแหลนหอกดาบของกองทัพแถนจนยับยุ่ยเป็นผุยผงใช้การไม่ได้

ในที่สุดคันคากและมวลสารพัดสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยล้อมจับแถนได้ แล้วเจรจาว่ากล่าวอย่างเห็นพ้องต้องกัน จนที่สุดแถนยอมตกลงปลงใจพร้อมกันว่านับแต่นี้ไปชาวนาชาวไร่จะจุดบั้งไฟขึ้นฟ้าส่งสัญญาณขอฝน เมื่อแถนได้ยินเสียงบั้งไฟให้ปล่อยฝนหล่นฟ้าลงดิน เมื่อฝนตกจนชาวนาพอใจได้น้ำตามต้องการทำนาเสร็จแล้ว ก็จะแกว่งโหวดส่งเสียงบอกแถนหยุดปล่อยน้ำ

คันคากเป็นคำบอกเล่าเก่าแก่หากำเนิดมิได้ แต่เป็นที่รับรู้ทั่วกันว่ามีนับพันๆ ปีมาแล้ว พบทั่วไปบริเวณลุ่มน้ำโขง และอาจกระจายถึงตอนใต้ของจีน สะท้อนการไขว่คว้าหาความชอบธรรมทุกยุคทุกสมัยจนปัจจุบันต้องออกแรงต่อสู้อย่างหัวหกก้นขวิดแทบเอาชีวิตไม่รอด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สุดพิเศษ แฮร์รี่ เคน อวยพรงานแต่ง ‘พี่ตูน-ก้อย’ (คลิป)
บทความถัดไป‘จตุพร’ ถอดบทเรียนนปช. แนะกลุ่มราษฎรกันมือที่ 3 ป่วนม็อบ ตั้งจุดร่วมตำรวจ ชี้ ‘ส.ศิวรักษ์’ หาทางออกชาติ