‘หมอยง’ เผยเชื้อโควิด สายพันธุ์อินเดียติดเชื้อง่าย-สายพันธุ์เบงกอลหลบวัคซีนได้ แต่ยังไม่พบระบาดในไทย
จากสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในประเทศอินเดีย ซึ่งเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (27 เมษายน) มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 319,435 คนใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมของอินเดียอยู่ที่ 17,625,735 คน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 2,764 ราย โดยเลขผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 197,880 ราย อินเดียยังคงรั้งสถิติประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตและป่วยสะสมรายใหม่สูงที่สุดในโลก ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิดการระบาดของเชื้อสายพันธุ์นี้ในประเทศไทยนั้น
ล่าสุด นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุถึงประเด็น “โควิด-19 ไวรัสกลายพันธ์สายพันธุ์อินเดียและเบงกอล” ดังนี้
“นักข่าวพยายามจะสอบถามเรื่องสายพันธุ์อินเดียบ้าง สายพันธุ์เบงกอลบ้างคงเป็นเพราะมีการระบาดอย่างมากของโควิด-19 ในอินเดีย เมื่อมีการระบาดมากไวรัสก็จะแพร่ลูกหลานได้มากก็จะมีโอกาสมีสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นเป็นไปตามหลักวิวัฒนาการ
ถ้าดูตามสายพันธุ์อินเดียแล้วไม่เหมือนสายพันธุ์อังกฤษที่แพร่กระจายง่าย เพราะมีการเปลี่ยนแปลงกรดอะมิโนบนหนามแหลมที่ตำแหน่ง 501 เป็น Tyrosine (Y) จากสายพันธุ์เดิมคือ Asparagine (E) สายพันธุ์อินเดียยังเป็นชนิด Asparagine อยู่ แต่สายพันธุ์อินเดียมีจุดที่น่าสนใจในตำแหน่งการตัดแบ่งส่วน Spike โปรตีนให้เป็น S1 และ S2 ด้วยเอนไซม์ Furin ของมนุษย์ การเปลี่ยนกรดอะมิโนเป็น Basic โดยเฉพาะ Arginine (R) ทำให้หลุดเข้าเซลล์มนุษย์ได้ง่ายขึ้นจะติดเชื้อได้ง่ายขึ้นได้เช่นกัน
ส่วนสายพันธุ์เบงกอลที่กล่าวถึงกันจะเป็นการกลายพันธุ์ในตำแหน่ง 484 เป็น Lysine ที่ทำให้หลบหนีภูมิต้านทานจากวัคซีน เช่นเดียวกับสายพันธุ์แอฟริกาใต้และบราซิล จึงทำให้มีการกล่าวถึงกันมาก สายพันธุ์นี้ก็ไม่ได้มีอะไรแปลกไปกว่าบราซิลและแอฟริกาใต้ ถ้าดูแล้วสายพันธุ์แอฟริกาใต้ยังน่ากลัวกว่า
จากการตรวจสายพันธุ์โดยศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬาฯ กว่า 500 ตัวอย่างที่มีการระบาดอยู่ ณ ขณะนี้มากกว่า 98% ของเราเป็นสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 ยังไม่พบสายพันธุ์ อินเดีย เบงกอล แอฟริกาใต้ บราซิล ในประเทศไทย”


