เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (228) 成语故事 (二二八)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในครั้งนี้คือ 马革裹尸 /馬革裹屍 mǎ ɡé ɡuǒ shī (หม่า เก๋อ กั่ว ฌือ) โดย คำว่า 马/馬 mǎ (หม่า) แปลว่า ม้า 革 ɡé (เก๋อ) แปลว่า แผ่นหนัง หนังสัตว์ 裹 ɡuǒ (กั่ว) แปลว่า พัน หุ้ม 尸/屍 shī (ฌือ) แปลว่า ร่างกาย (ศพ) เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง หนังม้าห่อศพ ซึ่งก็คือทหารที่ตายในสนามรบแล้ว ใช้หนังม้ามาห่อหุ้มศพของผู้ตาย โดยทั่วไปจะใช้อธิบายถึงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะทหารที่ออกรบอย่างกล้าหาญชาญชัย ที่พร้อมจะพลีชีพเพื่อชาติบ้านเมือง
จีนในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างราชวงศ์ฮั่นตะวันตกกับราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของจีน เป็นช่วงกลียุคช่วงหนึ่ง ภายในเมืองหลวง และเหล่าหัวเมืองต่างๆ เกิดสงครามแก่งแย่งชิงอำนาจกันมิหยุดหย่อน ในช่วงเวลานี้เอง มียอดขุนพลคนหนึ่งนามว่า หม่าหยวน 马援 Mǎ Yuán ได้เข้าร่วมกับกลุ่มอำนาจของเจ้าแห่งราชวงศ์ฮั่นพระนาม หลิวซิ่ว 刘秀/劉秀 Liú Xiù หม่าหยวนร่วมทำการศึกปราบเหล่ากบฏต่างๆ อย่างห้าวหาญ ไม่มีการศึกครั้งใดที่เขารบแพ้ จึงทำให้ชื่อเสียงของเขาระบือไกล และเขาได้ช่วยองค์ชายหลิวซิ่วรวบรวมแว่นแคว้นต่างๆ ขึ้นมาใหม่ เป็นเวลากว่ายี่สิบปี จึงจะสามารถโค่นอำนาจเก่าทั้งหมดได้สำเร็จ พร้อมตั้งเมืองหลวงขึ้นทางลั่วหยาง จึงเรียกยุคนี้ว่าฮั่นตะวันออก
องค์ชายหลิวซิ่วได้สถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิพระนามว่า ฮั่นกวางอู่ตี้ 汉光武帝/漢光武帝 Hàn Guānɡ wǔdì หลังจากจัดการบ้านเมืองเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว ก็ถึงคราวตอบแทนคุณผู้ร่วมงาน พระองค์นอกจากจะทรงปูนบำเหน็จให้กับข้าราชการต่างๆ ที่ช่วยกันสร้างบ้านเมืองขึ้นมา แน่นอนว่าหม่าหยวนย่อมเป็นบุคคลลำดับต้นๆ ที่พระองค์ทรงปูนบำเหน็จให้ทั้ง ตำแหน่ง และเงินทอง

(ที่มาภาพ http://k.sina.com.cn/article_6411261219_17e241523001004gtp.htm)
แต่แม้ว่าหม่าหยวนจะได้รับการปูนบำเหน็จด้วยตำแหน่งใหญ่โต และทรัพย์สินมากมายแล้ว เขาก็ยังคงอาสาออกรบช่วยฮ่องเต้ในการปราบปรามแว่นแคว้นที่ก่อการกบฏขึ้นมาอีก และถึงแม้นเขาจะอายุมากแล้ว แต่การรบอันห้าวหาญของเขา ก็มิได้ลดหย่อนลงไปตามวัยเลย
การรบครั้งสุดท้ายของเขาเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่เกิดความวุ่นวายขึ้นที่กุ้ยโจว ขุนศึกหลายคนที่ส่งไปทำการปราบปราม ต้องจบชีวิตลงในสมรภูมินั้นหลายคน สร้างความกลุ้มใจแก่ฮ่องเต้ฮั่นกวางอู่ตี้ยิ่งนัก ถึงตอนนี้ขุนศึกเฒ่าหม่าหยวนก็ขันอาสาออกรบ แต่ก็มีคนคัดค้าน เพราะตอนนี้เขาก็มีอายุกว่าหกสิบแล้ว หม่าหยวนจึงบอกว่า เกิดเป็นชายชาติทหาร ไหนเลยจะกลัวความยากลำบาก ศึกครั้งนี้แม้นต้องเดินทัพไกล มีความอันตราย ตนก็พร้อมที่จะตายโดยไม่เสียดายชีวิต
เมื่อเขาตั้งใจเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพนำทหารออกศึกกุ้ยโจว ที่สมรภูมิกุ้ยโจว ขณะที่การรบยังดำเนินไปอย่างดุเดือดนั้น เนื่องด้วยความชราภาพของหม่าหยวน แม้ใจจะสู้แต่ว่าร่างกายนั้นยากที่จะทนทานต่อความยากลำบากในการศึกที่ยาวนานได้ สุดท้ายเขาจึงล้มป่วยตายในสมรภูมินี้นี่เอง ซึ่งหากเป็นคนทั่วไปแล้ว คงจะเลือกเสวยสุขอยู่ในตำแหน่งใหญ่โตในนครหลวง แต่เขากลับเลือกที่จะนำทัพจับศึก และต้องมาเสียชีวิตลง
เมื่อเขาตายแล้ว ผู้คนจึงยำเกรง และเคารพต่อความกล้าหาญชาญชัยในการรบของเขา และเอาคำพูดของเขาที่พูดในท้องพระโรงก่อนออกศึกว่า “ชายชาติทหาร ยามออกศึกก็พร้อมตายเสมอ และหากตายแล้ว ก็มิต้องการอะไรมากมายตอบแทน ขอแค่ผืนหนังม้าห่อศพก็พอแล้ว” มาเป็นคำสุภาษิตนั่นเอง
แต่แม้นว่าเขาจะตายไปแล้ว ครอบครัวเขาก็ไม่ได้ถูกทอดทิ้ง ลูกสาวคนเล็กของเขาก็ถูกเรียกเข้าวัง และในสมัยของฮ่องเต้ ฮั่นหมิงตี้ 汉明帝/漢明帝 Hàn Mínɡdì ลูกสาวของหม่าหยวนคนนี้ก็ได้เป็นถึงพระมเหสีแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า นี่แหละคือการตอบแทนคุณความดีให้แก่ขุนศึกหม่าหยวนผู้ภักดีนั่นเอง
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:英勇牺牲在战场。。
成語比喻:英勇犧牲在戰場。
Chénɡyǔ bǐyù:Yīnɡyǒnɡ xīshēnɡ zài zhànchǎnɡ.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: อิงโหย่ง ซีเฌิง ไจ้ จ้านฉ่าง
สุภาษิตเปรียบว่า พลีชีพอย่างห้าวหาญในสมรภูมิ
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
如果没有那些马革裹尸的烈士们,今天会有安宁与幸福的生活吗?
如果沒有那些馬革裹屍的烈士們,今天會有安寧與幸福的生活嗎?
Rúɡuǒ méiyǒu nàxiē mǎɡéɡuǒshī de lièshìmen, jīntiān huì yǒu ānnínɡ yǔ xìnɡfú de shēnɡhuó mɑ?
หรูกั่ว เหมยโหย่ว น่าเซีย หม่าเก๋อกั่วฌือ เตอะ เลี่ยฉื้อเหมิน, จินเทียน หุ้ย โหย่ว อานหนิง ยวี่ ซิ่งฝู เตอะ เฌิงหัว มะ
ถ้าหากว่าไม่มีเหล่าวีรชนพลีชีพแล้วไซร้ จะมีชีวิตที่เป็นปกติสุขเช่นนี้ได้หรือ
