ภาค ปชช.จี้รัฐต้องจัดฟรี! แรพิด แอนติเจน เทสต์ พร้อมวางระบบกระจายให้ถึงมือ
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีมีแนวโน้มที่รัฐบาลจะอนุญาตให้ประชาชนสามารถตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยใช้ชุดตรวจแรพิด แอนติเจน เทสต์ ได้เอง ว่า เป็นเรื่องที่รัฐต้องจัดสรรให้ประชาชนฟรี ไม่ควรมีการเก็บเงิน การตรวจหาเชื้อโควิด-19 นั้น ถือเป็นชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพ และเป็นบทบาทของรัฐอยู่แล้วที่ต้องกำกับควบคุมโรคระบาด
“ดังนั้น การตรวจต้องฟรี และมีแหล่งที่รัฐจัดซื้อได้ถูก ซึ่งในวันที่ 14 ก.ค.นี้ อนุกรรมการจัดหายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะมีการประชุมเรื่องการจัดซื้อชุดตรวจแอนติเจนนี้ เพราะฉะนั้นไม่ควรมาเก็บเงิน หลักการต้องฟรี เป็นสิทธิประโยชน์ ทุกคนเข้าถึงการตรวจได้โดยสะดวก ส่วนว่าถ้าคนจะไปหาซื้อด้วยตัวเองก็เป็นไปตามกำลังความสามารถ แต่รัฐต้องจัดฟรี อย่างเพียงพอ” นายนิมิตร์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ายังให้มีการซื้อ ซึ่งราคาแพงเป็นภาระประชาชน กลายเป็นทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ที่คนมีเงินถึงจะเข้าถึงได้หรือไม่ นายนิมิตร์กล่าวว่า รัฐต้องมีการจัดสรรให้ฟรีในปริมาณที่เพียงพอก่อน และจัดระบบดีๆ บริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เรารู้อยู่แล้วว่ามีคนตามทะเบียนบ้าน ตามชุมชนต่างๆ สามารถจัดการได้ หากจะจัดการจริงๆ เช่น ชุมชนที่ขึ้นทะเบียนกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) นั้นจะมีผู้นำชุมชน มีอาสาสมัคร มีครัวเรือนชัดเจน ก็แจกจำนวนตามนั้นผ่านระบบอาสาสมัคร ส่วนชุมชนที่ยังไมได้ขึ้นทะเบียน ก็จะมีการออร์แกไนซ์ จัดการอยู่ โดยกรรมการชุมชนบางส่วนก็เข้าไป หมู่บ้านจัดสรรก็มีนิติบุคคลที่มีรายละเอียดลูกบ้านว่ามีกี่ครัวเรือน มีประชากรเท่าไร หรือในบริษัท ที่ทำงานจะรู้จำนวนคน ก็จัดสรรตามนั้น ผ่านไปรษณีย์ เป็นต้น ไม่ต้องให้คนเดินมาหา
เมื่อถามต่อว่า เมื่อตรวจที่บ้านแล้วคนที่มีผลบวกอาจจะมีความตกใจ อีกทั้งรัฐกำหนดว่าต้องมีการตรวจซ้ำด้วยวิธีมาตรฐานอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) จะเกิดปรากฎการณ์ แห่ไปตรวจที่สถานพยาบาลเหมือนเดิม จะต้องจวางระบบแก้ปัญหานี้อย่างไร นายนิมิตร์กล่าวว่า ต้องมีแผนรองรับ เพราะการตรวจแอนติเจน คือการตรวจหาชิ้นส่วนของไวรัส ที่จะบอกได้ว่าร่างกายเคยมีไวรัสเข้าไป หากตรวจเจอผลบวก ไม่มีอาการอะไร ก็ให้ทำระบบดูแลตัวเองที่บ้าน เป็นโฮม ไอโซเลชั่น (Home Isolation) แต่ระบบนี้ต้องเข้มแข็งกว่านี้ มีคนมอนิเตอร์ ติดตาม มีการส่งยาฟ้าทะลายโจรตามบ้านได้ แต่ต้องบอกกับทุกคนว่า ในชุดตรวจที่ส่งไปนั้น ต้องบอกประชาชนให้ชัดว่า หากมีผลบวกแล้วต้องทำอะไร 1, 2, 3, 4 จะทำกักตัวที่บ้าน หรือในชุมชน หรือ คอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น (Community Isolation) ที่ไหน อย่างไร ติดต่อใคร บอกให้ชัด ต้องมีการเตรียมการรองรับตรงนี้ด้วย ไม่ใช่ทำแค่ชุดตรวจอย่างเดียว
“ถ้าเป็นบวกแล้วไม่มีอาการอะไรก็ไม่ต้องตรวจคอนเฟิร์มอาร์ที-พีซีอาร์ ก็ได้ ถ้ามีอาการค่อยมาตรวจคอนเฟิร์ม เพราะถ้าเราตรวจคอนเฟิร์มทุกรายจะไปตรวจแอนติเจนทำไม ไม่อย่างนั้นคนก็แห่เข้าไปตรวจแน่นที่ รพ. หรือแล็บเหมือนเดิม ในส่วนของที่จะเปิดให้ประชาชนซื้อ ต้องเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งปกติก็เป็นสินค้าควบคุมอยู่แล้ว แต่ในภาวะแบบนี้ต้องเป็นสินค่าที่ควบคุมทั้งคุณภาพและเรื่องราคาด้วย” นายนิมิตร์กล่าว

